ฟิลิปปินส์เล็งเห็นโอกาสที่จะส่งออกสัตว์ปีกเพิ่มขึ้นในจีนและเวียดนาม หลังมีรายงานว่าการระบาดไข้หวัดนกของทั้งสองประเทศกระทบอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในประเทศเหล่านี้
Salvador Salacup ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรกล่าวในการเปิดงาน Foods & Drinks Asia 2011 ที่จัดขึ้นในฟิลิปปินส์ว่า ฟิลิปินส์สามารถเจาะตลาดทั้งสองประเทศเพื่อส่งออกไก่ได้ เพราะว่าจีนและเวียดนามไม่สามารถพึ่งพาสัตว์ปีกในประเทศได้แล้วในขณะนี้
ปัจจุบันฟิลิปินส์ผลิตสัตว์ปีกให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ 93% ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอยู่ในระหว่างจับตาสถานการณ์ไข้หวัดนกในจีนและเวียดนาม และประกาศว่าไม่ได้นำเข้าไก่จากจีนและเวียดนาม นอกจากนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ได้ระงับการนำเข้าสัตว์ปีกเวียดนามอีกด้วย
Salacup ยังกล่าวว่าฟิลิปปินส์ยังคงปลอดไข้หวัดนก และจะไม่ยอมให้อุตสาหกรรมสัตว์ปีกและประชาชนต้องเสี่ยงกับโรคไข้หวัดนกด้วยการนำเข้าสัตว์ปีกที่เป็นโรคเข้ามาในประเทศ ฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่ประเทศพื้นบ้านยังคงสามารถนำเข้าไก่ได้
ที่มา : World Poultry (12 กันยายน 2554)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัตว์ปีก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัตว์ปีก แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554
รัสเซียไฟแดงเนื้อสัตว์ปีกจากบริษัทบราซิล 2 แห่ง
หน่วยงานเฝ้าระวังด้านสัตวแพทย์และสุขอนามัยพืชรัสเซีย (Rosselkhoznadzor) ระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากบริษัทบราซิล 2 แห่ง คือ บริษัท Libra Terminais SA และ Diplomata S/A Industrial e Comercial เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าวไม่ปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบการเชื้อ listeria ปนเปื้อนในเนื้อสัตว์ปีกของบริษัท Libra Terminais SA และพบเชื้อ Salmonella ปนเปื้อนในเนื้อสัตว์ปีกของบริษัท Diplomata S/A Industrial e Comercial
ก่อนหน้านี้ Rosselkhoznadzor ได้แจ้งเตือนบริษัทบราซิลหลายแห่งให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการควบคุมความปลอดภัยอาหารที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในตลาดรัสเซีย และยังแจ้งเตือนว่าจะระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกชั่วคราวจากบริษัทบราซิลแห่งอื่นๆอีก ถ้าผู้ผลิตยังละเลยในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพศุลกากร (Customs Union)
จนถึงปัจจุบัน รัสเซียระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อจากบริษัทบราซิลจำนวนทั้งหมด 129 บริษัท
ที่มา : World Poultry
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ออสเตรเลียเตือนเกษตรกรให้ระวังโรคหวัดหน้าบวมในสัตว์ปีก
ดร. James Harris สัตวแพทย์เกาะแทสมาเนีย ออสเตรเลีย และประธานสมาคมสัตวแพทย์สัตว์ปีก เตือนผู้เลี้ยงสัตว์ปีก เช่น เกษตรกร และผู้เลี้ยงสัตว์ปีกไว้ดูเล่น ให้ระวังโรคหวัดหน้าบวม (infectious coryza) ซึ่งในขณะนี้กำลังแพร่ระบาดในไก่ในเกาะแทสมาเนียมากผิดปกติ
Dr James Harris ได้ให้คำแนะนำว่า ถ้านำสัตว์ปีกมาเลี้ยง ควรขังเดี่ยวเพื่อกักกันโรคและสังเกตอาการ เป็นเวลา
30 วัน หรือในกรณีที่นำสัตว์ปีกไปแสดง ให้กักกันโรคสัตว์ปีกนั้นเป็นเวลา 30 วัน เช่นเดียวกัน
โรคหวัดหน้าบวมซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจมักพบในสัตว์ปีกภายในประเทศ เป็นโรคที่มีอันตรายถึงตายและสามารถแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว
ที่มา : The Poultry Site
ป้ายกำกับ:
เกษตรกร,
เตือน,
ระวัง,
โรคหวัดหน้าบวม,
สัตว์ปีก,
ออสเตรเลีย
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
สัตว์ปีกในสหรัฐฯ ล้มตาย เหตุคลื่นความร้อน
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 สมาคมไก่แห่งชาติ รัฐวอชิงตัน สหรัฐฯ รายงานว่า คลื่นความร้อนซึ่งกำลังปกคลุมทางตอนกลางของสหรัฐฯ ทำให้สัตว์ปีกล้มตายและน้ำหนักลดอย่างผิดปกติโดยเฉพาะใน Midwest ตอนบน ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่คุ้นเคยกับอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นถึงเลขสามหลัก นอกจากนี้การผลิตไก่งวงและไข่ยังได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนครั้งนี้ด้วย
หน่วยบริกา! รข่าวสารด้านตลาดสัตว์ปีก กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานว่าไก่เนื้อทั้งหมดในฟาร์มเลี้ยงหลายแห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวนเกือบ 100,000 ตัวล้มตาย แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนสัตว์ปีกล้มตายที่แน่นอนได้ เนื่องจากมีรายงานการล้มตายเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนบริเวณที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นความร้อน คือ ฟาร์มเลี้ยงในตอนเหนือซึ่งไม่ค่อยเกิดปรากฎการณ์อุณหภูมิอากาศสูงที่กินเวลานาน และบริเวณที่ระบบระบายอากาศไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ดีนัก
นอกจากนี้ คลื่นความร้อนทำให้สัตว์ปีกกินอาหารน้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักสัตว์ปีกมีชีวิตโดยเฉลี่ยลดลง โรงงานหลายแห่งซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ได้รับผลกระทบรายงานว่ามีจำนวนสัตว์ปีกที่ล้มตายเมื่อมาถึงโรงงานเพิ่มขึ้น โรงงานจึงแก้ปัญหาด้วยการจัดการตารางเวลาการแปรรูปเพื่อลดจำนวนเวลาขนส่งสัตว์ปีก
ที่มา : Meat & Poultry
หน่วยบริกา! รข่าวสารด้านตลาดสัตว์ปีก กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานว่าไก่เนื้อทั้งหมดในฟาร์มเลี้ยงหลายแห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวนเกือบ 100,000 ตัวล้มตาย แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนสัตว์ปีกล้มตายที่แน่นอนได้ เนื่องจากมีรายงานการล้มตายเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนบริเวณที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นความร้อน คือ ฟาร์มเลี้ยงในตอนเหนือซึ่งไม่ค่อยเกิดปรากฎการณ์อุณหภูมิอากาศสูงที่กินเวลานาน และบริเวณที่ระบบระบายอากาศไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ดีนัก
นอกจากนี้ คลื่นความร้อนทำให้สัตว์ปีกกินอาหารน้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักสัตว์ปีกมีชีวิตโดยเฉลี่ยลดลง โรงงานหลายแห่งซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ได้รับผลกระทบรายงานว่ามีจำนวนสัตว์ปีกที่ล้มตายเมื่อมาถึงโรงงานเพิ่มขึ้น โรงงานจึงแก้ปัญหาด้วยการจัดการตารางเวลาการแปรรูปเพื่อลดจำนวนเวลาขนส่งสัตว์ปีก
ที่มา : Meat & Poultry
วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
งานวิจัยเผยซากสัตว์ปีกไอร์แลนด์ปนเปื้อนเชื้อ Campylobacter 98%
สัตว์ปีกถือเป็นแหล่งปนเปื้อนเชื้อ Campylobacter ที่สำคัญ และอาจเป็นพาหะสำคัญในการส่งผ่านเชื้อมายังมนุษย์อีกด้วย จากการศึกษาวิจัยภายในสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า ไอร์แลนด์พบเชื้อ Campylobacter ในไก่กระทง 83.1% ขณะที่พบเชื้อในซากสัตว์ปีก 98.%
คณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารไอร์แลนด์ (FSAI) ได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับแผนงานการควบคุมเชื้อ Campylobacter ในการผลิตเนื้อสัตว์ปีกและสายการเชือดสัตว์ปีก โดยเสนอลำดับมาตรการต่างๆ ที่เกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูป และผู้จำหน่ายควรปฏิบัติ เพื่อลดการปนเปื้อนเชื้อ ! Campylobacter ที่เป็นอันตรายนี้ในสัตว์ปีก
รายงานของคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของ FSAI ระบุว่า ชาวยุโรปที่ปรุงอาหารจากเนื้อไก่เหล่านี้เป็นโรค campylobacteriosis ราว 30% และได้แนะนำให้อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ปีกพัฒนาและปฏิบัติตามกฎระเบียบการปฏิบัติที่กำหนดไว้อย่างสมัครใจ โดยควรสอดคล้องกับมาตรการควบคุมที่แนะนำในรายงาน มีรายละเอียดคำแนะนำดังนี้
• ปรับปรุงสุขอนามัยของฟาร์มและจำกัดการเข้ามาของแหล่งปนเปื้อน
• จัดทำแผนงานการตรวจติดตามอย่างสมัครใจในฟาร์ม และโรงเชือด เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรและผู้แปรรูปตื่นตัว เมื่อมีการควบคุมเพิ่มเติม และเพื่อให้มาตรการควบคุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
! ; • เนื้อไก่ดิบถ! ูกบรรจุใ นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่รั่ว
• คำแนะนำการจัดการและการปรุงอาหารที่ปลอดภัย ควรมองเห็นได้ชัดบนฉลากหรือแผงขายเนื้อ
• การติดฉลากบนเนื้อสัตว์ปีกทั้งตัวควรแนะนำผู้บริโภคว่าซากสัตว์นี้พร้อมปรุงและควรมีการจัดการที่ปลอดภัย เช่น ควรหลีกเลี่ยงการล้างซากสัตว์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายการปนเปื้อนบริเวณห้องครัว
ที่มา : World Poultry
คณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารไอร์แลนด์ (FSAI) ได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับแผนงานการควบคุมเชื้อ Campylobacter ในการผลิตเนื้อสัตว์ปีกและสายการเชือดสัตว์ปีก โดยเสนอลำดับมาตรการต่างๆ ที่เกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูป และผู้จำหน่ายควรปฏิบัติ เพื่อลดการปนเปื้อนเชื้อ ! Campylobacter ที่เป็นอันตรายนี้ในสัตว์ปีก
รายงานของคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของ FSAI ระบุว่า ชาวยุโรปที่ปรุงอาหารจากเนื้อไก่เหล่านี้เป็นโรค campylobacteriosis ราว 30% และได้แนะนำให้อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ปีกพัฒนาและปฏิบัติตามกฎระเบียบการปฏิบัติที่กำหนดไว้อย่างสมัครใจ โดยควรสอดคล้องกับมาตรการควบคุมที่แนะนำในรายงาน มีรายละเอียดคำแนะนำดังนี้
• ปรับปรุงสุขอนามัยของฟาร์มและจำกัดการเข้ามาของแหล่งปนเปื้อน
• จัดทำแผนงานการตรวจติดตามอย่างสมัครใจในฟาร์ม และโรงเชือด เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรและผู้แปรรูปตื่นตัว เมื่อมีการควบคุมเพิ่มเติม และเพื่อให้มาตรการควบคุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
! ; • เนื้อไก่ดิบถ! ูกบรรจุใ นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่รั่ว
• คำแนะนำการจัดการและการปรุงอาหารที่ปลอดภัย ควรมองเห็นได้ชัดบนฉลากหรือแผงขายเนื้อ
• การติดฉลากบนเนื้อสัตว์ปีกทั้งตัวควรแนะนำผู้บริโภคว่าซากสัตว์นี้พร้อมปรุงและควรมีการจัดการที่ปลอดภัย เช่น ควรหลีกเลี่ยงการล้างซากสัตว์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายการปนเปื้อนบริเวณห้องครัว
ที่มา : World Poultry
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ตลาดสัตว์ปีกอินเดียเข้มแข็ง ผลผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศในอินเดีย (Icra) ระบุว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในอินเดียมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีก 10 ปี เนื่องจากอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในอินเดียกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยที่ชี้วัดเศรษฐกิจและสังคม เช่น ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ดี (GDP) อำนาจการซื้อที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลง และการขยายตัวของเมือง
ตลาดสัตว์ปีกอินเดียมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเนื้อไก่และไข่สำหรับบริโภคในตลาดไม่ต่ำกว่า 95% ภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกอินเดี! ยเริ่มเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนมาเป็นอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์แบบเต็มตัวตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายที่ประสบความสำเร็จในการผันตัวมาทำฟาร์มสัตว์ปีกขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของอินเดีย และทางตะวันตกของแคว้นมหาราษฏร์ เช่น รัฐหรยาณา รัฐปัญจาบยังคงผลิตสัตว์ยังคงผลิตสัตว์ปีกได้น้อย ขณะที่รัฐเบงกอลตะวันตกมีการทำฟาร์มสัตว์ปีกเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ เนื่องจากรัฐดังกล่าวมีรายได้หลักจากเกษตรกรรม
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกอินเดียขยายตัวเพิ่มขี้นปีละ 8-10% และเพิ่มขึ้นปีละ 15% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Icra คาดการณ์ว่าความต้องเนื้อไก่ที่ผลิตในอินเดียจะเพิ่มขึ้น 15-18% และความต้องการไข่สำหรับบริโภคจะเพิ่มขึ้น 5-7% ในระยะกลางไปจนถึงระยะยาว
ที่มา : World Poultry
ตลาดสัตว์ปีกอินเดียมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเนื้อไก่และไข่สำหรับบริโภคในตลาดไม่ต่ำกว่า 95% ภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกอินเดี! ยเริ่มเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนมาเป็นอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์แบบเต็มตัวตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายที่ประสบความสำเร็จในการผันตัวมาทำฟาร์มสัตว์ปีกขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของอินเดีย และทางตะวันตกของแคว้นมหาราษฏร์ เช่น รัฐหรยาณา รัฐปัญจาบยังคงผลิตสัตว์ยังคงผลิตสัตว์ปีกได้น้อย ขณะที่รัฐเบงกอลตะวันตกมีการทำฟาร์มสัตว์ปีกเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ เนื่องจากรัฐดังกล่าวมีรายได้หลักจากเกษตรกรรม
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกอินเดียขยายตัวเพิ่มขี้นปีละ 8-10% และเพิ่มขึ้นปีละ 15% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Icra คาดการณ์ว่าความต้องเนื้อไก่ที่ผลิตในอินเดียจะเพิ่มขึ้น 15-18% และความต้องการไข่สำหรับบริโภคจะเพิ่มขึ้น 5-7% ในระยะกลางไปจนถึงระยะยาว
ที่มา : World Poultry
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สัตว์ปีกปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา มะกันเจ็บ 39 ราย
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2554 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยจากเชื้อ Salmonella altona 39 ราย ใน 15 รัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับลูกไก่และลูกเป็ดที่เลี้ยงไว้หลังบ้าน
รายงานล่าสุดระบุว่า มีการรายงานการเจ็บป่วยตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์-23 พฤษภาคม 2554 เป็นจำนวนมาก เข้าโรงพยาบาล 9 ราย โดย 44% ของผู้ป่วยเป็นเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ
ที่มา : Food Safety News
รายงานล่าสุดระบุว่า มีการรายงานการเจ็บป่วยตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์-23 พฤษภาคม 2554 เป็นจำนวนมาก เข้าโรงพยาบาล 9 ราย โดย 44% ของผู้ป่วยเป็นเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ
ที่มา : Food Safety News
ป้ายกำกับ:
เชื้อ,
ซัลโมเนลลา,
ปนเปื้อน,
มะกัน,
สัตว์ปีก
กานาพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
รองประธานาธิบดีประเทศกานา John Dramani Mahamaเปิดเผยว่า รัฐบาลกานาจะจัดโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์ปีก เพื่อเพิ่มโอกาสทางการงานให้ชาวกานาและทำให้ประชาชนหันมาบริโภคสัตว์ปีกภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประชุมระหว่างเกษตรกรและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรและอาหาร (MoFA) เพื่อหารือการแก้ปัญหาราคาอาหารและวัคซีนสำหรับสัตว์ปีกแพง และการแย่งส่วนแบ่งตลาดกับไก่แช่แข็งนำเข้า โดยจะมีการนำข้าวโพดที่เป็นสินค้าคงคลังสำรองมาใช้ เพื่อลดการนำเข้าอาหารเลี้ยงสัตว์ปีก ซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤตทางการเงินในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ที่มา : Ghana News Agency
ที่มา : Ghana News Agency
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554
อียูเพิ่มการวิเคราะห์เชื้อซัลโมเนลลาในเนื้อสัตว์ปีก
เมื่อปลายปี 2553 สหภาพยุโรปออกกฎระเบียบ EC No.2160/2003 ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับเนื้อสัตว์ปีกสด อาทิ ไก่ป่า (Gallus gallus), ไก่ไข่, ไก่เนื้อ, ไก่งวง โดยห้ามจำหน่ายเนื้อสัตว์ปีกสด หากพบว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการห้ามพบเชื้อซัลโมเนลลาในผลิตภัณฑ์ 25 กรัม
กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้มีการสุ่มตัวอย่างและวิธีวิเคราะห์ด้วย ร่างข้อกำหนดใหม่นี้จึงเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม EC No.2073/2005 ในภาคผนวก 1 โดยเกี่ยวข้องกับเชื้อ Salmonella Enteritidis และ Salmonella Typhimurium ตามวิธีวิเคราะห์แบบ Horizontal ของ ISO 6579 ในการอ้างอิง โดยท! ุก 5 ตัวอย่างที่มีน้ำหนัก 25 กรัม จะต้องไม่พบเชื้อ salmonella ในผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด
ทั้งนี้ เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2554 และมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2554
ที่มา : มกอช.
กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้มีการสุ่มตัวอย่างและวิธีวิเคราะห์ด้วย ร่างข้อกำหนดใหม่นี้จึงเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม EC No.2073/2005 ในภาคผนวก 1 โดยเกี่ยวข้องกับเชื้อ Salmonella Enteritidis และ Salmonella Typhimurium ตามวิธีวิเคราะห์แบบ Horizontal ของ ISO 6579 ในการอ้างอิง โดยท! ุก 5 ตัวอย่างที่มีน้ำหนัก 25 กรัม จะต้องไม่พบเชื้อ salmonella ในผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด
ทั้งนี้ เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2554 และมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2554
ที่มา : มกอช.
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เวียดนามหยุดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้สัตว์ปีกทั่วประเทศ
เวียดนามหยุดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้สัตว์ปีกทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว เนื่องจากไวรัสหวัดนก H5N1 สายพันธุ์ใหม่ดื้อวัคซีน
รัฐบาลเวียดนามแถลงการณ์ว่าพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ในปี 2553 จากการตรวจติดตามหลังการฉีดวัคซีน ก่อนหน้านี้เวียดนามเคยวางแผนจะใช้วัคซีนที่นำเข้าจากประเทศจีนเพื่อฉีดยาสัตว์ปีกในปี2554 แต่เชื้อไข้หวัดนกชนิดใหม่ดื้อวัคซีนดังกล่าว
ทั้งนี้เกิดการการแพร่ระบาดเชื้อไข้หวัดนกชนิดใหม่ในจังหวัดทางเหนือ จังหวัดติดทะเลในภาคกลางและในบริเวณที่ราบสูงตอนกลาง ในขณะที่ยังเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์เดิมในจังหวัดทางใต้
เวียดนามพบการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรกในปี 2546 โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกรงว่าโรคดังกล่าวอาจกลายพันธุ์เป็นชนิดที่สามารถระบาดจากคนสู่คนได้ โดยเชื่อว่าการติดเชื้อไขหวัดนก H5N1 ในคนเกือบทั้งหมดมากจากสัตว์ปีกสู่คน
ในปี 2554 ไม่พบการเกิดไข้หวัดนกในมนุษย์แต่พบการระบาดในเป็ดและไก่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
ที่มา : World Poultry
รัฐบาลเวียดนามแถลงการณ์ว่าพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ในปี 2553 จากการตรวจติดตามหลังการฉีดวัคซีน ก่อนหน้านี้เวียดนามเคยวางแผนจะใช้วัคซีนที่นำเข้าจากประเทศจีนเพื่อฉีดยาสัตว์ปีกในปี2554 แต่เชื้อไข้หวัดนกชนิดใหม่ดื้อวัคซีนดังกล่าว
ทั้งนี้เกิดการการแพร่ระบาดเชื้อไข้หวัดนกชนิดใหม่ในจังหวัดทางเหนือ จังหวัดติดทะเลในภาคกลางและในบริเวณที่ราบสูงตอนกลาง ในขณะที่ยังเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์เดิมในจังหวัดทางใต้
เวียดนามพบการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรกในปี 2546 โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกรงว่าโรคดังกล่าวอาจกลายพันธุ์เป็นชนิดที่สามารถระบาดจากคนสู่คนได้ โดยเชื่อว่าการติดเชื้อไขหวัดนก H5N1 ในคนเกือบทั้งหมดมากจากสัตว์ปีกสู่คน
ในปี 2554 ไม่พบการเกิดไข้หวัดนกในมนุษย์แต่พบการระบาดในเป็ดและไก่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
ที่มา : World Poultry
ป้ายกำกับ:
ฉีด,
ทั่วประเทศ,
ป้องกันไข้หวัดนก,
วัคซีน,
เวียดนาม,
สัตว์ปีก
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ผู้ผลิตสัตว์ปีกนิการากัวเมินลดราคาสัตว์ปีก
นาย Orlando Solórzano รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ประเทศนิการากัว กล่าวว่า ผู้ผลิตสัตว์ปีก ในนิการากัว ปฏิเสธแผนการลดราคาสัตว์ปีกผ่านทางการลดภาษีศุลกากรขาเข้าซึ่งเป็นความคิดที่เสนอโดยรัฐบาลสหรัฐฯในปลายเดือนเมษายน
อย่างไรก็ตาม นาย Alfonso Valerio ประธานสมาพันธ์ผู้ผลิตสัตว์ปีกขนาดกลางและขนาดย่อมของนิการากัว ต้องการให้มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับผู้ประกอบการสัตว์ปีก เพื่อหลีกเลี่ยงการนำเข้าจากต่างประเทศ และกล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเข้าสัตว์ปีกจำนวนมากไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเพราะต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกเพิ่มขึ้นสูง โดยเฉพาะ อาหารสั! ตว์ในตลาดโลกมีวัตถุดิบในการผลิตสูง
ที่มา : World Poultry
อย่างไรก็ตาม นาย Alfonso Valerio ประธานสมาพันธ์ผู้ผลิตสัตว์ปีกขนาดกลางและขนาดย่อมของนิการากัว ต้องการให้มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับผู้ประกอบการสัตว์ปีก เพื่อหลีกเลี่ยงการนำเข้าจากต่างประเทศ และกล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเข้าสัตว์ปีกจำนวนมากไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเพราะต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกเพิ่มขึ้นสูง โดยเฉพาะ อาหารสั! ตว์ในตลาดโลกมีวัตถุดิบในการผลิตสูง
ที่มา : World Poultry
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
บังคลาเทศพบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกอีก 31 แห่ง
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2554 บังคลาเทศได้รายงานต่อองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ว่าพบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง (HPAI) ในประเทศอีก 31 แห่ง การระบาดครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ถึง 18 เมษายน 2554 ทางภาคกลางของประเทศ โดยมีสัตว์ปีกตาย 26,532 ตัวจากทั้งหมด 180,420 ตัว ส่วนที่เหลืออีก 153,888 ตัวถูกทำลาย
ที่มา : The Poultry Site (28/04/54
ที่มา : The Poultry Site (28/04/54
วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554
มะกันออกกฎการขนส่งสัตว์ปีกข้ามรัฐ
สำนักงานบริการตรวจสอบและความปลอดภัยอาหารของสหรัฐฯ (FSIS) ประกาศกฎระเบียบสุดท้ายเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าสัตว์ปีกข้ามรัฐ เพื่อให้โรงงานเล็กๆ ที่ได้รับการตรวจสอบในระดับรัฐ สามารถขนส่งเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกข้ามรัฐได้โดยการเข้าร่วมโครงการความร่วมมือด้านการขนส่งสินค้าข้ามรัฐ ซึ่งจะเลือกผู้ประกอบการที่สามารถขนส่งสินค้าเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกทางเรือได้ และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA)
การอนุญาตให้ขนส่งสินค้าข้ามรัฐได้นี้ จะช่วยให้เกิดการพัฒนาชนบท ตลอดจนเพิ่มงาน และเพิ่มภาษีท้องถิ่น ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภั! ยของอาหาร
รัฐที่เข้าร่วมโครงการและผู้ประกอบการที่เข้ารับการตรวจสอบ (state-inspected establishments) จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของหน่วยงานกลาง ภายใต้ the Federal Meat Inspection Act (FMIA) และ the Poultry Products Inspection Act (PPIA) ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้รับบริการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบของรัฐนั้น ซึ่งได้รับการอบรมเกี่ยวกับข้อกำหนดของกฎหมาย FMIA และ PPIA
ที่มา : World Poultry(25/04/54)
การอนุญาตให้ขนส่งสินค้าข้ามรัฐได้นี้ จะช่วยให้เกิดการพัฒนาชนบท ตลอดจนเพิ่มงาน และเพิ่มภาษีท้องถิ่น ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภั! ยของอาหาร
รัฐที่เข้าร่วมโครงการและผู้ประกอบการที่เข้ารับการตรวจสอบ (state-inspected establishments) จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของหน่วยงานกลาง ภายใต้ the Federal Meat Inspection Act (FMIA) และ the Poultry Products Inspection Act (PPIA) ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้รับบริการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบของรัฐนั้น ซึ่งได้รับการอบรมเกี่ยวกับข้อกำหนดของกฎหมาย FMIA และ PPIA
ที่มา : World Poultry(25/04/54)
วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554
จีนระงับนำเข้าสัตว์ปีกจากเนเธอร์แลนด์ป้องกันหวัดนก
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรค (AQSIQ) ของจีนได้รายงานการระบาดของเชื้อไข้หวัดนก H7N1 ณ เมืองซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ ส่งผลให้จีนออกมาตรการระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากเมืองดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2554
ทั้งนี้ สัตว์ปีกหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งมาทางไปรษณีย์หรือนักท่องเที่ยวนำมาด้วย จะถูกส่งกลับหรือทำลาย และหากผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากประเทศในสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะทางเรือ เครื่องบิน หรือรถไฟ ที่จะหยุดหรือส่งผ่านที่จีน จะต้องถูกปิดผนึกมา
ที่มา : Xinhua
ทั้งนี้ สัตว์ปีกหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ส่งมาทางไปรษณีย์หรือนักท่องเที่ยวนำมาด้วย จะถูกส่งกลับหรือทำลาย และหากผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากประเทศในสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะทางเรือ เครื่องบิน หรือรถไฟ ที่จะหยุดหรือส่งผ่านที่จีน จะต้องถูกปิดผนึกมา
ที่มา : Xinhua
ฟิลิปปินส์ยกเลิกห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกเยอรมัน
กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ (DA) ระบุ ฟิลิปปินส์ได้ยกเลิกการห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกเยอรมัน หลังจากที่ได้สั่งระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 เนื่องมาจากการปนเปื้อนสารไดออกซิน
การยกเลิกการห้ามครั้งนี้เป็นผลมาจากสหภาพยุโรปได้ให้การรับรองต่อรัฐบาลฟิลิปปินส์ว่า ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกเยอรมันปราศจากการปนเปื้อนสารไดออกซินแล้ว
อนึ่ง เมื่อบริโภคสารไดออกซินเข้าไปในร่างกายจะทำให้เกิดปัญหาด้านการเจริญเติบโตและการสื! บพันธุ์ที่รุนแรง การทำลายระบบภูมิคุ้มกัน มะเร็ง และการทำหน้าที่ผิดปกติฮอร์โมน
ที่มา : The Poultry Site
การยกเลิกการห้ามครั้งนี้เป็นผลมาจากสหภาพยุโรปได้ให้การรับรองต่อรัฐบาลฟิลิปปินส์ว่า ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกเยอรมันปราศจากการปนเปื้อนสารไดออกซินแล้ว
อนึ่ง เมื่อบริโภคสารไดออกซินเข้าไปในร่างกายจะทำให้เกิดปัญหาด้านการเจริญเติบโตและการสื! บพันธุ์ที่รุนแรง การทำลายระบบภูมิคุ้มกัน มะเร็ง และการทำหน้าที่ผิดปกติฮอร์โมน
ที่มา : The Poultry Site
ป้ายกำกับ:
นำเข้า,
ผลิตภัณฑ์,
ฟิลิปปินส์,
เยอรมัน,
สัตว์ปีก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)