สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศในอินเดีย (Icra) ระบุว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในอินเดียมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีก 10 ปี เนื่องจากอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในอินเดียกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยที่ชี้วัดเศรษฐกิจและสังคม เช่น ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ดี (GDP) อำนาจการซื้อที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลง และการขยายตัวของเมือง
ตลาดสัตว์ปีกอินเดียมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเนื้อไก่และไข่สำหรับบริโภคในตลาดไม่ต่ำกว่า 95% ภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกอินเดี! ยเริ่มเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนมาเป็นอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์แบบเต็มตัวตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายที่ประสบความสำเร็จในการผันตัวมาทำฟาร์มสัตว์ปีกขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของอินเดีย และทางตะวันตกของแคว้นมหาราษฏร์ เช่น รัฐหรยาณา รัฐปัญจาบยังคงผลิตสัตว์ยังคงผลิตสัตว์ปีกได้น้อย ขณะที่รัฐเบงกอลตะวันตกมีการทำฟาร์มสัตว์ปีกเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ เนื่องจากรัฐดังกล่าวมีรายได้หลักจากเกษตรกรรม
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกอินเดียขยายตัวเพิ่มขี้นปีละ 8-10% และเพิ่มขึ้นปีละ 15% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Icra คาดการณ์ว่าความต้องเนื้อไก่ที่ผลิตในอินเดียจะเพิ่มขึ้น 15-18% และความต้องการไข่สำหรับบริโภคจะเพิ่มขึ้น 5-7% ในระยะกลางไปจนถึงระยะยาว
ที่มา : World Poultry
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลผลิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลผลิต แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554
โลกร้อนทำให้ผลผลิตข้าวโพดลด
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเปิดเผยว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียสจะทำให้ผลผลิตของข้าวโพดแอฟริกาลดลง 65% ภายใต้สภาวะที่ปริมาณน้ำฝนตกอยู่ในระดับปกติ และถ้าหากอุณหภูมิเท่าเดิมแต่อยู่ภายใต้สภาวะแห้งแล้ง ผลผลิตจะลดลง 20-75% ของพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งน่าประหลาดใจเนื่องจากข้าวโพดเป็นพืชที่มีความทนทานต่ออากาศแล้ง
Dr.David Lobell ผศ.ดร.ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เชื่อมโยงข้อมูลด้านอากาศจากไร่ข้าวโพดทดลอง 20,000 แห่ง ในกลุ่มประเทศในทะเลทรายสะฮารา (sub-Saharan Africa) และข้อมูลผลผลิตระหว่างปี 2542-2550
! นอกจากนี้จากการทดลองยังพบว่าข้าวโพดยาวขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ลดลง และหากรวมผลจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นกับความแห้งแล้ง จะส่งผลเสียหายหนักขึ้นอีก ซึ่งคาดว่าจะพบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้บ่อยครั้งในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกากลาง
ที่มา : Bloomberg
Dr.David Lobell ผศ.ดร.ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เชื่อมโยงข้อมูลด้านอากาศจากไร่ข้าวโพดทดลอง 20,000 แห่ง ในกลุ่มประเทศในทะเลทรายสะฮารา (sub-Saharan Africa) และข้อมูลผลผลิตระหว่างปี 2542-2550
! นอกจากนี้จากการทดลองยังพบว่าข้าวโพดยาวขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ลดลง และหากรวมผลจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นกับความแห้งแล้ง จะส่งผลเสียหายหนักขึ้นอีก ซึ่งคาดว่าจะพบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้บ่อยครั้งในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกากลาง
ที่มา : Bloomberg
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)