หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

กรมปศุสัตว์ตรวจฟาร์มไก่

กรมปศุสัตว์เข้าตรวจสอบฟาร์มไก่หลังพบเชื้อไวรัสโรคหลอดลมอักเสบในไก่สายพันธุ์ ใหม่ ต้นเหตุทำให้ไข่ไก่ลดลง พร้อมยืนยันสามารถควบคุมโรคได้แล้ว และสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วกว่าเดือนมิถุนายนจากที่คาดการณ์ไว้

นางสาวฉวีวรรณ วิริยะภาค รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบฟาร์มไก่ไข่ ธวัชชัยฟาร์ม และฟาร์มไก่เนื้อบริษัทจินฮงฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มไก่เนื้อที่อำเภอสามชุกและอำเภอศรีประจัน จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้วางมาตรการควบคุมโรคหลังกรมปศุสัตว์ตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสหลอดลม อักเสบสายพันธุ์คิวเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ระบาดในไก่ไข่ทำให้มีผลผลิตลดลงมาก จนส่งผลกระทบต่อไข่ไก่ทั้งระบบ แต่ยืนยันว่ากรมปศุสัตว์สามารถควบคุมโรคได้ พร้อมเร่งผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสชนิดนี้เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกร พร้อมขอความร่วมมือในการเปลี่ยนวิธีให้วัคซีนไก่ จากเดิมที่วิธีการสเปรย์มาเป็นวิธีหยอดที่ตาและจมูก ซึ่งสามารถคุ้มโรคได้มากกว่าและให้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเป็นกรณีพิเศษแบะฟาร์ม ไก่ที่พบเชื้อดังกล่าว ได้สั่งทำลายไปแล้วและที่เข้ามาตรวจสอบวันนี้ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
ขณะที่นายธวัชชัย ปานนาค เจ้าของธวัชชัยฟาร์ม กล่าวว่าในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้แม่ไก่ออกไข่ลดลง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ปัจจุบันมีการนำเข้าพันธุ์ไก่มาแล้ว1แสน5หมื่นตัว เพื่อนำมาผลิตแม่ไก่สาวได้38ล้านตัวแล้จึงมั่นใจว่าสถานการณ์ไก่ไข่จะกลับ เข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วกว่าเดือนมิถุนายนที่คาดการณ์ไว้และในอนาคตจะมีการ ทยอยนำเข้าพันธุ์ไก่จนถึง 7 แสนตัวซึ่งจะทำให้ไม่เกิดปัญหาไข่ไก่ขาดแคลนอีกแน่นอน

สามารถดูวิดีโอได้ที่ http://news.voicetv.co.th/business/9041.html

มะกันออกกฎการขนส่งสัตว์ปีกข้ามรัฐ

สำนักงานบริการตรวจสอบและความปลอดภัยอาหารของสหรัฐฯ (FSIS) ประกาศกฎระเบียบสุดท้ายเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าสัตว์ปีกข้ามรัฐ เพื่อให้โรงงานเล็กๆ ที่ได้รับการตรวจสอบในระดับรัฐ สามารถขนส่งเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกข้ามรัฐได้โดยการเข้าร่วมโครงการความร่วมมือด้านการขนส่งสินค้าข้ามรัฐ ซึ่งจะเลือกผู้ประกอบการที่สามารถขนส่งสินค้าเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกทางเรือได้ และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA)

การอนุญาตให้ขนส่งสินค้าข้ามรัฐได้นี้ จะช่วยให้เกิดการพัฒนาชนบท ตลอดจนเพิ่มงาน และเพิ่มภาษีท้องถิ่น ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภั! ยของอาหาร

รัฐที่เข้าร่วมโครงการและผู้ประกอบการที่เข้ารับการตรวจสอบ (state-inspected establishments) จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของหน่วยงานกลาง ภายใต้ the Federal Meat Inspection Act (FMIA) และ the Poultry Products Inspection Act (PPIA) ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้รับบริการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบของรัฐนั้น ซึ่งได้รับการอบรมเกี่ยวกับข้อกำหนดของกฎหมาย FMIA และ PPIA



ที่มา : World Poultry(25/04/54)

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

จีนไฟเขียว ‘หมู-ไข่’เมืองเบียร์

จีนอนุญาตให้สามารถนำเข้าผลิตภัณฑ์สุกรและไข่ได้ที่ผลิตหลังวันที่ 14 มีนาคม 2554 โดยผลิตภัณฑ์เหล่านั้นต้องถูกต้องตามกฎหมายของจีน การอนุญาตบังคับใช้ทันที
ก่อนหน้านี้จีนระงับนำเข้าผลิตภัณฑ์สุกรและไข่เยอรมนีเนื่องจากพบสารไดออกซินในสุกรและสัตว์ปีกเมื่อต้นปี 2554


ที่มา : Reuters (21/04/54)

เวียดนามพบการระบาดไข้หวัดนก HPAI

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2554 องค์กรโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้รายงานการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง (HPAI) ในเวียดนาม 7 แห่ง ซึ่งมีนกตายทั้งหมด 1,155 ตัว และมีนกที่ติดเชื้อและถูกทำลายเรียบร้อยแล้ว 5,509 ตัว

ที่มา : The Poultry Site (21/04/54)

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

ปี 53 ปีทองไก่เดนมาร์กพบเชื้อซัลโมเนลลาเป็น 0

ในปี 2553 สำนักงานจัดการสาธารณสุขสัตว์และอาหารได้ทำการทดสอบตัวอย่างเนื้อไก่ที่มาจากเดนมาร์กและทดสอบแบบสุ่มเนื้อไก่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ปรากฎว่าไม่พบเชื้อซัลโมเนลลาในตัวอย่างเนื้อไก่ของเดนมาร์ก และพบเชื้อซัลโมเนลลาในเนื้อไก่นำเข้าเพียง 10% และพบเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ในไก่เดนมาร์กและไก่นำเข้าลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปีแล้ว



ที่มา : The Poultry Site (20/04/54)

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

ไต้หวันพบเชื้อไข้หวัดนก

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2554 ไต้หวันได้รายงานการระบาดของเชื้อไข้หวัดนก (H5N2) สายพันธุ์รุนแรงต่ำที่เมือง Chiayi ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศ โดยฟาร์มสัตว์ปีกที่มีการระบาดของเชื้อ H5N2 นี้อยู่ในชุมชน Sikou
Wong Yo-chu อธิบดีศูนย์ควบคุมโรคสัตว์ไต้หวันกล่าวว่า ได้พบเชื้อนี้ในฟาร์มดังกล่าวระหว่างการตรวจเช็คประจำวัน และขณะนี้ได้ดำเนินการควบคุมและฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังได้ออกมาตรการห้ามการเคลื่อนย้ายไก่พ่อพันธุ์กว่า 5,000 ตัวของฟาร์มนี้เพื่อหยุดการแพร่ระบาด พร้อมทั้งเฝ้าระวังการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ในฟาร์มใกล้เคียง

พบแบคทีเรียกลายพันธุ์ดื้อยาปฏิชีวนะในอินเดีย

ค้นพบแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ในอินเดีย ต้านยาปฏิชีวนะได้เกือบทุกชนิด หวั่นแพร่กระจายระดับโลก
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2554 ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟ ตีพิมพ์การค้นพบแบคทีเรียกลายพันธุ์ในนิตยสาร "The Lancet Infectious Diseases" โดยระบุว่า พบแบคทีเรียกลายพันธุ์ในน้ำประปาในกรุงนิวเดลี นอกเหนือไปจากบริเวณโรงพยาบาลที่เป็นต้นกำเนิดสายพันธุ์ ซึ่งแบคทีเรียที่มียีนพันธุกรรมสายเอ็นดีเอ็ม-1 (นิวเดลี เมทัลโล-เบตา-แลกตาเมส 1) สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านยาปฏิชีวนะได้เกือบทุกชนิด
ทีมวิจัยกล่าวว่า ตอนแรกพบการติดเชื้อแบคทีเรียกลายพันธุ์เฉพาะในผู้ป่วยที่พักฟื้นในโรงพยาบาลอินเดียมาก่อนเท่านั้น แต่ในภายหลังพบผู้ป่วยจากเชื้อดังกล่าว ทั้งที่ไม่เคยเข้าพักฟื้นในโรงพยาบาลมาก่อน
จากการเก็บตัวอย่างรอบกรุงนิวเดลีพบว่า มีแบคทีเรียกลายพันธุ์ในน้ำประปา 4% และในแอ่งน้ำข้างทาง 30% จากตัวอย่างทั้งหมด และค้นพบแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ 11 สายพันธุ์ที่มียีนเอ็นดีเอ็ม-1 ซึ่งสามารถทำให้เป็นโรคอหิวาต์หรือบิด
ศาสตราจารย์ทิม วอลช์ หัวหน้าทีมวิจัย จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟ กล่าวว่า ผลการวิจัยเป็นที่น่ากังวลมาก เพราะพบสายพันธุ์ใหม่ทั้งในน้ำสำหรับดื่ม ซักล้างและทำอาหาร รวมไปถึงสระว่ายน้ำ
รายงานจากสหประชาติเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า 650 ล้านคน ไม่มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะใช้ หรือแม้กระทั่งน้ำสะอาด ทีมวิจัยระบุว่า ภูมิประเทศเขตเมืองร้อนซึ่งมีน้ำท่วมเป็นประจำเป็นภูมิประเทศที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของยีนเอ็นดีเอ็ม-1
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบว่ามีชาวอังกฤษและยุโรปบางรายได้รับเชื้อสายพันธุ์ใหม่เอ็นดีเอ็ม-1 แม้จะไม่ได้เข้าโรงพยาบาลขณะมาเยือนอินเดีย
ทีมวิจัยยังเสนอความช่วยเหลือแก่องค์การอนามัยโลกและเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของเอเชียเพื่อแก้ปัญหา