หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ญี่ปุ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ญี่ปุ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เวียดนามส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นลดลง

เป็นเวลาหลายปีที่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปเป็นตลาดรายใหญ่ที่นำเข้ากุ้งจากเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปีเวียดนามส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นลดลง

ในปี 2553 เวียดนามมีแนวโน้มส่งออกกุ้งสูงขึ้น โดยส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ และญี่ปุ่นถึง 1.474 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 70% ของมูลค่าการส่งออกกุ้งเวียดนามทั้งหมด (2.106 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ในปี 2554 เวียดนามเสียตำแหน่งผู้ส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นอันดับหนึ่งให้แก่ไทย โดยเวียดนามส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย! ่างมากในช่วงสามเดือนแรก และต่อมาส่งออกลดลงติดต่อกัน 3 เดือน เช่น ปริมาณลดลง 17.7% และมูลค่าลดลง 14.7%ในเดือนเมษายน 2554 ปริมาณลดลง 31.8% และมูลค่าลดลง 3.4% ในเดือนพฤษภาคม และปริมาณลดลง 19.1% และมูลค่าลดลง 12.2% ในเดือนมิถุนายน ผู้ประกอบการกุ้งและผู้ส่งออกกุ้งเวียดนามกำลังเผชิญการขาดแคลนวัตถุดิบเนื่องจากโรคระบาด




ที่มา : FIS

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ญี่ปุ่นเผยเตรียมทำลายเนื้อวัวปนเปื้อนกัมมันตรังสีทั้งหมด

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าเนื้อวัวทั้งหมดที่ตรวจพบว่ามีสารกัมมันตรังสีสูงเกินที่รัฐบาลกำหนดไว้จะต้องถูกทำลาย เนื่องจากมีการเพิ่มการตรวจสอบเนื้อวัวที่ปนเปื้อนจากบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ โดยจะตรวจสอบเนื้อวัวทั้งหมดที่มาจากอีก 3 จังหวัดภายในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จังหวัดอะกิตะ ยามางาตะ และนีงาตะ มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการสั่งห้ามเคลื่อนย้ายวัวที่เลี้ยงในจังหวัดฟุกุชิมะไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ ผลทดสอบของวัวเนื้อ 2 ตัวจากจังหวัดอะกิตะและยามางาตะปรากฎว่าพบสารซีเซียม รัฐบาลเชื่อว่า วั! วจากจังหวัดทั้งสองกินฟางข้าวที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผลิตจากจังหวัดมิยางิ โดยมีวัวจากจังหวัดนีงาตะจำนวน 111 ตัวที่ถูกเคลื่อนย้ายเพื่อแปรรูปหลังจากที่น่าจะถูกเลี้ยงด้วยฟางปนเปื้อนกัมมันตรังสี

กระทรวงเกษตรญี่ปุ่นเผยว่า เนื้อวัวทั้งหมดที่พบว่าปนเปื้อนสารซีเซียมสูงเกินมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลจะถูกซื้อไปเพื่อทำลาย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ และกลุ่มดังกล่าวจะเรียกร้องให้บริษัท TEPCO ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ชดเชยค่าเสียหาย



ที่มา : CNN

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ญี่ปุ่นแก้ไขค่า MRL สารเคมีทางการเกษตร และยาที่ใช้กับสัตว์

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น (MHLW) ได้จัดประชุมชี้แจงรายละเอียดการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตร ครั้งที่ 150 สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. แก้ไขค่า MRL สารเคมีทางการเกษตรและยาที่ใช้กับสัตว์ 5 ชนิด ได้แก่

1.1 Ethychlozate (สารเร่งการเจริญเติบโต) มีความเข้มงวดต่อสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญของไทยหลายชนิด ได้แก่ ข้าว หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบเขียว กล้วย ม! ะม่วง รายละเอียดดังตารางหน้า 5-7

1.2 Oxyflurfen (สารกำจัดวัชพืช) สินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ ข้าวและผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ รายละเอียดดังตารางหน้า 8-9

1.3 Pymetrozine (สารกำจัดแมลง) สินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ กระเจี๊ยบเขียว กล้วย มะม่วง รายละเอียดดังตารางหน้า 10-12

1.4 Clavulanic acid (สารยับยั้งเอนไซม์ beta-lactamase) เป็นสารที่ห้ามใช้ในญี่ปุ่น ห้ามตกค้างในอาหารทุกรายการ ยกเว้นรายการอาหารที่ปรากฎในตารางหน้า 13

1.5 Prifinium (anticonvulsant for the bovine gastrointestinal a! nd urinary tracts) รายละเอียดดังตารางหน้า 14

&nb! sp; ; กรณีไม่ได้ระบุ MRL Draft ให้ใช้ระดับ 0.01 ppm. (uniform limit) ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถแสดงความเห็นต่อร่างดังกล่าวไปยัง MHLW ได้จนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 หากพ้นกำหนดให้ส่งความเห็นไปทาง enquiry point in accordance with the WTO/SPS agreement ต่อไป หรือส่งมาทาง spsthailand@gmail.com หรือ sps@acfs.go.th

2. พิจารณากำหนดมาตรฐานเนื้อสัตว์สำหรับบริโภคดิบ

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน 2554 มีชาวญี่ปุ่นป่วยเป็นจ! ำนวน 169 ราย และเสียชีวิต 4 ราย จากอาหารเป็นพิษ เนื่องจากบริโภคเนื้อโคดิบที่ไม่ได้แปรรูปอย่างถูกสุขอนามัย ดังนั้น MHLW จึงพิจารณากำหนดมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรฐานเนื้อโคสำหรับการบริโภคดิบ มาตรฐานการแปรรูป การเก็บรักษา ข้อกำหนดด้านสถานที่ปรุงอาหาร วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ คุณสมบัติของผู้ปรุงอาหาร โดยกำหนดที่จะประกาศบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นไป

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถส่งข้อคิดเห็นไปยัง MHLW โดยตรง จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2554 หากพ้นกำหนดนี้สามารถแสดงความเห็นผ่านทาง enquiry point in accordance with the WTO/SPS agreement ต่อไป หรือส่งมาทาง spsthailand@gmail.com หรือ sps@acfs.go.th

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ญี่ปุ่นชี้เนื้อวัวออสซี่อาจเป็นสาเหตุการติดเชื้อ E.Coli

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 มีผู้ป่วย 20 ราย หลังจากรับประทานอาหารเย็นที่ร้านบาบีคิวสไตล์เกาหลีในจังหวัดโตยาม่าของญี่ปุ่น ขณะที่ผู้ป่วย 15 ราย ยืนยันว่าติดเชื้อ E.Coli สายพันธุ์ O157

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขญี่ปุ่นระบุว่า สาเหตุการระบาดของเชื้อ E.Coli ในญี่ปุ่นอาจมาจากเนื้อวัวนำเข้าจากออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม Melanie Brock ผู้จัดการฝ่ายภูมิภาคด้านเนื้อสัตว์และปศุสัตว์ออสเตรเลีย กล่าวว่า การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขญี่ปุ่น ปรากฎว่า ไม่มีมูลเหตุการปนเปื้อนเชื้อจากเนื้อวัวออสเตรเลีย ทั้งนี้ อยู่ระหว่างสืบสวนห! าสาเหตุการปนเปื้อน




ที่มา : Food Magazine

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ญี่ปุ่นทำลายสัตว์นับพันตัวบริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จะสั่งทำลายสัตว์บริเวณรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะในรัศมี 20 กิโลเมตร เกษตรกรท้องถิ่นถูกบังคับให้อพยพตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2554 หลังเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิทำให้ระบบหล่อเย็นของโรงงานนิวเคลียร์ขัดข้อง เป็นผลให้สัตว์ต่างๆ ถูกทอดทิ้งไว้ อาทิ วัว 3,400 ตัว สุกร 31,500 และไก่ 630,000 ตัว ซึ่งพบว่ามีปศุสัตว์รอดตาย ได้แก่ วัว 1,300 ตัว และสุกรประมาณ 200 ตัว ส่วนไก่ตายหมด



ที่มา : Meat Poultry และ Poultry site

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เหยื่อ 4 รายเสียชีวิตจากเชื้อ E.coli ในอาหารที่ญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2554 มีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อดิบของร้านอาหารแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการรับประทานอาหารของร้านแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4 รายแล้ว ในขณะที่ล้มป่วยอีก 70 ราย

ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดติดเชื้อ E.coli O-111 เช่นเดียวกับรายที่ผ่านมา จากการไปรับประทานอาหารกับครอบครัวร่วมกับผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมด้วย ทั้งสองได้ทานอาหารประเภทเนื้อดิบ (Yukhoe) ของร้านอาหารของ Foods Forus Co. ในเมืองคานาซาวา

! ; เด็กอายุ 6 ขวบเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากอาหารประเภทเดียวกันที่ร้านเดียวกันนี้ และอีกรายเสียชีวิตเมื่ออาทิตย์ก่อนจากการรับประทานอาหารของร้านเดียวกันที่สาขาอื่น ในขณะที่หนึ่งในผู้ป่วย 70 รายได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ E.coli O-111 และอยู่ในอาการขั้นรุนแรง

บริษัทกล่าวว่าทางบริษัทประสปความล้มเหลวในการตรวจสุขอนามัยของเนื้อดิบที่จัดจำหน่ายโดยบริษัทในโตเกียวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ทางบริษัทจะถูกสืบสวนทางอาญาต่อไป



ที่มา : Jiji Press

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

ญี่ปุ่น วอน อย.ลดมาตรฐานคุมเข้มอาหาร

วันที่ 26 เมษายน 2554 นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวภายหลังเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเข้าพบว่า ทางญี่ปุ่นได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ความปลอดภัยด้านอาหารโดยเฉพาะการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ซึ่งพบว่าปัจจุบันสถานการณ์การปนเปื้อนดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทางญี่ปุ่นจึงอยากให้ไทยผ่อนปรนมาตรการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นจาก 12 เมืองที่จะต้องมีผลวิเคราะห์รับรองมาพร้อมกับการนำเข้าด้วย ตนได้ชี้แจงว่าไปขอเวลาสังเกตการณ์อักสักระยะแต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเมื่อใด หากสถานการณ์การปนเปื้อนดีขึ้นอาจจะมีการปรับลดจังหวัดที่ต้องคุมเข้มลง แต่ตอนน! ี้ต้องคงมาตรการต่อไป เพราะมาตรฐานการปนเปื้อนของประเทศไทยกับญี่ปุ่นก็ไม่ตรงกัน อย่างสารไอโอดีน 131 ประเทศไทยใช้มาตรฐานขององค์การมาตรฐานอาหารสากล (โคเด็กซ์) คือต้องตรวจพบไม่เกิน 100 เบ็กเคอเรลต่อ กก. ในขณะที่ค่ามาตรฐานญี่ปุ่นต้องไม่เกิน 2 , 000 เบ็กเคอเรลต่อ กก. อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยทางญี่ปุ่นก็เข้าใจมาตรการของประเทศไทย และจะเดินทางไปยังเวียดนามเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ต่อไป หลังจากก่อนหน้านี้ไปสิงคโปร์มาแล้ว




ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

อินเดียห้ามนำเข้าอาหารญี่ปุ่นทั้งหมด

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2554 อินเดียได้ประกาศมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าอาหารญี่ปุ่นทั้งหมดทันที เนื่องจากเกรงว่าจะปนเปื้อนสารรังสีกัมมัตภาพรังสี โดยการห้ามครั้งนี้อาจจะมีระยะเวลา 3 เดือน หรือจนกว่าสารกัมมันตภาพรังสีอันตรายจะอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งอินเดียให้เหตุผลว่า สารกัมมันตภาพรังสีที่กระจายในพื้นที่การระเบิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อาจแพร่กระจายและเกิดการปนเปื้อนของสารในอาหารที่ผลิตจากญี่ปุ่นได้ ก่อนหน้านี้ จีน ไต้หวัน และสหรัฐฯ ได้ห้ามนำเข้าอาหารที่ผลิตจากพื้นที่เกิดระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่อินเดียเป็นประเทศแรกที่ห้ามนำเข้าอาหารญี่ปุ่นทั้งหมด

&n! bsp; ทั้งนี้สำนักงานมาตรฐานและความปลอดภัยอาหารอินเดีย (FSSAI) จะดำเนินการทบทวนมาตรการนี้ในทุกสัปดาห์




ที่มา : BBC News

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

ญี่ปุ่นชะลอนำเข้าข้าวโพด

ภายหลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว และสึนามิเข้าถล่มประเทศรวมทั้งท่าเรือทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ทำให้ผู้นำเข้าข้าวโพดญี่ปุ่นต้องชะลอการซื้อเมล็ดธัญพืชจากต่างประเทศ เนื่องจากต้องประเมินความต้องการเมล็ดธัญพืชที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังประสบภัยพิบัติครั้งนี้
Eri Utamaru รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นี้ทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียผลผลิตภายในประเทศมากถึง 20% ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวโพดรายใหญ่ที่สุดของโลกโดยนำเข้าข้าวโพดกว่า 12 ล้านตันต่อปี ซึ่งนำเข้ามาจากสหรัฐฯ มากถึง 90%
&nbs! p; บริษัท Zen-Noh ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าข้าวโพดรายใหญ่ของญี่ปุ่นวางแผนที่จะผลักดันให้ดำเนินการผลิตอาหารสัตว์ในโรงงานที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัตินี้ เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คาดว่าจะต้องใช้เวลาปรับปรุงโรงงานที่ได้รับผลกระทบนานกว่า 6 เดือน โดยระหว่างนี้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ญี่ปุ่นจะเพิ่มกำลังการผลิตในพื้นที่อื่นก่อน

ที่มา : All About Feed

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

เคราะห์ซ้ำญี่ปุ่น พบการระบาดไข้หวัดนก

หลังพบวิกฤตการณ์ภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว และสึนามิถล่มเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นยังต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในฟาร์มสัตว์ปีกที่เมือง Chibaจังหวัด Kanto ซึ่งถือว่าเป็นการระบาดครั้งแรกในญี่ปุ่น
เจ้าหน้าที่เมือง Chiba ได้ทำลายสัตว์ปีกในฟาร์มที่ติดเชื้อไปแล้ว 35,000 ตัว และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกที่อยู่บริเวณโดยรอบรัศมี 10 กิโลเมตร โดยเมือง Chiba ถือเป็นจังหวัดที่เลี้ยงสัตว์ปีกมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ


ที่มา : IBN live