เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ออกประกาศทบทวนอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) ประจำปีครั้งที่ 5 แก่สินค้ากุ้งแช่แข็งจากไทย โดยได้ลดภาษีเอดีจากเดิมที่มีอัตรา 1.11-4.39% เหลือ 0.41-0.73% ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกกุ้งของไทยไปสหรัฐฯ เพราะการที่สหรัฐฯ ปรับลดอัตราเอดีไม่ถึง 1% เป็นอัตราที่ต่ำกว่าคู่แข่งของไทย โดยเฉพาะอินเดียที่ถูกเรียกเก็บถึง 1.36-2.31%
ทั้งนี้ ไทยยังต้องรอว่า ผลการทบทวนอัตราเอดีของประเทศที่เหลือ เช่น จีน และเวียดนาม หากอัตราอากรเอดีในภาพรวมยังสูง! กว่าไทย ก็จะทำให้การส่งออกกุ้งไทยมีโอกาสและได้เปรียบในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
ผลอัตราเอดีกุ้งที่ออกมาในครั้งนี้ เป็นอัตราที่ต่ำกว่าการทบทวนในครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งเป็นความสำเร็จของผู้ส่งออกไทย ที่สามารถและชี้แจงให้สหรัฐฯ เห็นว่า ปัจจุบันนี้ไทยไม่มีการทุ่มตลาดสินค้ากุ้งในสหรัฐฯ แล้ว และไทยหวังว่า ในการพิจารณาทบทวนครั้งต่อไป สหรัฐฯ จะยกเลิกการใช้มาตรการเอดีกับสินค้ากุ้งไทยในที่สุด
สำหรับการส่งออกสินค้ากุ้งแช่แข็งและแปรรูปของไทยในช่วง 6 เดือนของปี 54 (ม.ค.-มิ.ย.) มีมูลค่า 1,447 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.1% โดยตลาดส่งออกสำคัญอยู่ที่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งผลจากการที่อัตราอากรเอดีลดลง ก็จะยิ่งทำให้สินค้ากุ้งไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น และจะทำให้ปริมาณการส่งออกเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ที่มา : เดลินิวส์
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กุ้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กุ้ง แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เวียดนามส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นลดลง
เป็นเวลาหลายปีที่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปเป็นตลาดรายใหญ่ที่นำเข้ากุ้งจากเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปีเวียดนามส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นลดลง
ในปี 2553 เวียดนามมีแนวโน้มส่งออกกุ้งสูงขึ้น โดยส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ และญี่ปุ่นถึง 1.474 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 70% ของมูลค่าการส่งออกกุ้งเวียดนามทั้งหมด (2.106 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ในปี 2554 เวียดนามเสียตำแหน่งผู้ส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นอันดับหนึ่งให้แก่ไทย โดยเวียดนามส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย! ่างมากในช่วงสามเดือนแรก และต่อมาส่งออกลดลงติดต่อกัน 3 เดือน เช่น ปริมาณลดลง 17.7% และมูลค่าลดลง 14.7%ในเดือนเมษายน 2554 ปริมาณลดลง 31.8% และมูลค่าลดลง 3.4% ในเดือนพฤษภาคม และปริมาณลดลง 19.1% และมูลค่าลดลง 12.2% ในเดือนมิถุนายน ผู้ประกอบการกุ้งและผู้ส่งออกกุ้งเวียดนามกำลังเผชิญการขาดแคลนวัตถุดิบเนื่องจากโรคระบาด
ที่มา : FIS
ในปี 2553 เวียดนามมีแนวโน้มส่งออกกุ้งสูงขึ้น โดยส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ และญี่ปุ่นถึง 1.474 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 70% ของมูลค่าการส่งออกกุ้งเวียดนามทั้งหมด (2.106 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ในปี 2554 เวียดนามเสียตำแหน่งผู้ส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นอันดับหนึ่งให้แก่ไทย โดยเวียดนามส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย! ่างมากในช่วงสามเดือนแรก และต่อมาส่งออกลดลงติดต่อกัน 3 เดือน เช่น ปริมาณลดลง 17.7% และมูลค่าลดลง 14.7%ในเดือนเมษายน 2554 ปริมาณลดลง 31.8% และมูลค่าลดลง 3.4% ในเดือนพฤษภาคม และปริมาณลดลง 19.1% และมูลค่าลดลง 12.2% ในเดือนมิถุนายน ผู้ประกอบการกุ้งและผู้ส่งออกกุ้งเวียดนามกำลังเผชิญการขาดแคลนวัตถุดิบเนื่องจากโรคระบาด
ที่มา : FIS
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)