หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จีนออกระเบียบควบคุมปริมาณสารเมลามีนในอาหารอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 หน่วยงานของจีน 5 แห่งเช่น กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกันออกระเบียบควบคุมปริมาณสารเมลามีนในอาหารอย่างเป็นทางการ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป และยกเลิกระเบียบชั่วคราวควบคุมปริมาณเมลามีนในนม และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งได้รับการร่างขึ้นมาในปี 2551

ประกาศฉบับนี้ได้กำหนดไว้ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารสูตรสำหรับทารกจะต้องมีปริมาณสารเมลามีนไม่เกิน 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารชนิดอื่นๆ จะต้องมีปริมาณสารเมลามีนไม่เกิน 2.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ถ้าหากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสารเมลามีนเกินกว่าทีกำหนดไว้ จะไม่อนุญาตให้มีการนำออกมาจำหน่าย

สารเมลามีน เป็นสารเคมีที่เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี มีความเป็นพิษน้อย แต่ถ้าหากร่างกายได้รับเข้าไป และมีการสะสมไว้เป็นเวลานาน จะทำให้เป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์ ระบบปัสสาวะ และทำให้ไตวาย ตลอดจนทำให้เกิดมะเร็งกระเพราะปัสสาวะได้

ทั้งนี้ หน่วยงานดังกล่าวได้ระบุว่า สารเมลามีนไม่ใช่วัตถุดิบสำหรับผลิตอาหาร และไม่ใช่วัตถุดิบสำหรับผลิตอาหาร และไม่ใช่สารปรุงแต่งอาหาร จึงห้ามมีการเจือปนลงในอาหารอย่างเด็ดขาด หากมีการฝ่าฝืน จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม สารเมลามีนเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี ใช้สำหรับผลิตพลาสติก สี และภาชนะบรรจุอาหารเป็นต้น และผลวิจัยยืนยันว่า สารเมลามีนนี้มีโอกาสเข้าไปในอาหารได้ โดยมาจากสิ่งแวดล้อม และภาชนะบรรจุอาหาร แต่ว่าปริมาณค่อนข้างต่ำ



ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง

ฟิลิปปินส์รับรองปลอด FMD แล้ว

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 นาย Proceso Alcala รัฐมนตรีเกษตรฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์สามารถส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์ไปยังประเทศแถบอาเซียนและเอเชียแปซิฟิกได้แล้ว เนื่องจากได้รับการรับรองจากองค์กรโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ว่าปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD)

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังปลอดโรคไข้หวัดนกอีกด้วย โดยสินค้าสัตว์ปีกส่วนใหญ่ของฟิลิปปินส์ส่งออกไปยังญี่ปุ่น และขณะนี้ อยู่ระหว่างเจรจาส่งออกสินค้าเนื้อสุกรไปยังสิงคโปร์และมาเลเซีย



ที่มา : Xinhua

เยอรมนีประชุมฉุกเฉินวิกฤติแตงกวาเป็นพิษจากสเปน

รัฐบาลเยอรมนีประชุมวาระฉุกเฉิน หลังจากได้รับรายงานหลายกระแสระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 คนและล้มป่วยหลายร้อยคนจากอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อ E.coli ที่พบในแตงกวานำเข้าจากต่างประเทศ

สื่อในเยอรมนีรายงานว่า จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับคำยืนยันว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษและสงสัยว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 รายแล้ว หลังจากพบการระบาดครั้งแรกที่ภาคเหนือของเยอรมนีเมื่อกว่า 2 สัปดาห์ก่อน ซูเปอร์มาร์เกตจำนวนมากในเยอรมนีนำผักทั้งหมดที่ปลูกในสเปนลงจากชั้นวางจำหน่าย ขณะที่สเปนออกมาปฏิเสธสาเหตุการระบาดเกิดจากแตงกวาที่ปลูกในสเปน และได้เรียกร้องค่าชดเชยจากสหภาพยุโรปที่กรณีนี้กำลังสร้างความเสียหายมหาศาลให้แก่อุตสาหกรรมการเกษตรของสเปน ล่าสุดเบลเยียมสั่งห้ามนำเข้าแตงกวาจากสเปน ขณะที่รัสเซียได้ระงับการนำเข้าแตงกวา มะเขือเทศ และสลัดผักสดจากสเปน และ เยอรมัน และอาจจะต้องระงับการนำเข้าจากประเทศในสหภาพยุโรปทั้งหมดเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลแหล่งกำเนิดการแพร่เชื้อที่แน่นอน

สถาบันศึกษาวิจัยโรคแห่งชาติของเยอรมนีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิต 3 คนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับเชื้อแบคทีเรีย และล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คนเป็นหญิงวัย 50 ปีและชายวัย 75 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเมือง Boras สวีเดน ประกาศการเสียชีวิตของผู้ป่วยอายุประมาณ 50 ซึ่งเข้ารับการพยาบาลหลังกลับจากเที่ยวที่เยอรมันเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นผู้ที่เสียชีวิตนอกเขตเยอรมนีรายแรกและเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตคือผักปนเปื้อนในเยอรมัน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมทั้งประเทศเพิ่มเป็นอย่างน้อย 16 คน

ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของยุโรปในกรุงสตอกโฮล์ม รายงานว่าเกิดการระบาดของเชื้อ E.coli ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลกและครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยได้รับรายงานในเยอรมนี ทำให้รัฐบาลเยอรมนีต้องออกคำเตือนการรับประทานผักสด หลังจากพบร่องรอยแบคทีเรียชนิดนี้ในแตงกวานำเข้าจากสเปนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่มั่นใจถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างฉับพลันซึ่งทำให้ผู้ได้รับเชื้อมีอาการท้องร่วงถ่ายเป็นเลือดและตับได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงซึ่งถึงขั้นเสียชีวิตได้

การระบาดเกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก สวีเดนและเนเธอร์แลนด์ แต่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เดินทางไปหรือมาจากเยอรมนีเมื่อไม่นานมานี้ และที่น่าสังเกตคือโดยปกติจะพบกรณีแบบนี้ปีละประมาณ 1,000 ราย แต่ล่าสุดพบ 1,200 รายในเวลาเพียง 10 วัน



ที่มา : สำนักข่าวไทย, AP

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เวียดนามหยุดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้สัตว์ปีกทั่วประเทศ

เวียดนามหยุดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้สัตว์ปีกทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว เนื่องจากไวรัสหวัดนก H5N1 สายพันธุ์ใหม่ดื้อวัคซีน

รัฐบาลเวียดนามแถลงการณ์ว่าพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ในปี 2553 จากการตรวจติดตามหลังการฉีดวัคซีน ก่อนหน้านี้เวียดนามเคยวางแผนจะใช้วัคซีนที่นำเข้าจากประเทศจีนเพื่อฉีดยาสัตว์ปีกในปี2554 แต่เชื้อไข้หวัดนกชนิดใหม่ดื้อวัคซีนดังกล่าว

ทั้งนี้เกิดการการแพร่ระบาดเชื้อไข้หวัดนกชนิดใหม่ในจังหวัดทางเหนือ จังหวัดติดทะเลในภาคกลางและในบริเวณที่ราบสูงตอนกลาง ในขณะที่ยังเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์เดิมในจังหวัดทางใต้

เวียดนามพบการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรกในปี 2546 โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกรงว่าโรคดังกล่าวอาจกลายพันธุ์เป็นชนิดที่สามารถระบาดจากคนสู่คนได้ โดยเชื่อว่าการติดเชื้อไขหวัดนก H5N1 ในคนเกือบทั้งหมดมากจากสัตว์ปีกสู่คน

ในปี 2554 ไม่พบการเกิดไข้หวัดนกในมนุษย์แต่พบการระบาดในเป็ดและไก่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ




ที่มา : World Poultry

พบไข้หวัดนกที่เนเธอร์แลนด์

กระทรวงเศรษฐกิจเกษตรและนวัตกรรมเกษตรเนเธอร์แลนด์ ได้รับรายงานการระบาดไข้หวัดนกสายพันธ์ H7ไม่ทราบสายพันธุ์ย่อย ในบริเวณเมือง Kapelle จังหวัด Zeeland ทางเนเธอร์แลนด์ได้ปฏิบัติตามกฎของสหภาพยุโรป โดยกำจัดไก่ 127,500 ตัวทันทีและประกาศระงับการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก ไข่ มูล ครอก และอาหารสัตว์ในรัศมี 1 กิโลเมตร กระทรวงคาดว่านกที่อยู่ในธรรมชาติเป็นแหล่งแพร่เชื้อ



ที่มา : World Poultry

รัสเซียเตรียมยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกธัญพืช

นายวลาดิมีร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีของรัสเซียเปิดเผยว่ารัสเซียจะยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกธัญพืช ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจากเห็นว่าสต็อกสำรองในประเทศมีปริมาณมากพอ หลังจากบังคับใช้กฎนี้มาตั้งแต่กลางปี 2553 เนื่องจากปัญหาภัยแล้งคุกคาม ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอุปทานในตลาดโลก

นายวิคเตอร์ ซุปคอฟ รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียกล่าวว่าเกษตรกรมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นถึง 10% และยอดสต๊อกได้เพิ่มสูงกว่า 6 ล้านตันในปีนี้และกระทรวงเกษตรของรัสเซียคาดว่า ผลผลิตธัญพืชของประเทศอาจอยู่ที่ 85-90 ล้านตัน เมื่อเทียบกับ 60.9 ล้านตันในปีก่อน

ด้านกระทรวงเกษตรของสหรัฐคาดว่ารัสเซียอาจส่งออกข้าวสาลีจำนวน 10 ล้านตัน ในช่วง 12 เดือนหน้าไปจนถึงเดือนกรกฎาคมปีหน้าเมื่อเทียบกับ 4 ล้านตันในปีปัจจุบันแต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวยังต่ำกว่าระดับ 18.6 ล้านตันที่รัสเซียส่งออกในปีก่อนเป็นอย่างมาก ส่วนการส่งออกข้าวโพดจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านตัน จาก 25,000 ตัน ในขณะที่สต็อกข้าวโพดเพิ่มขึ้นเพียง 800,000 ตัน จาก 300,000 ตัน

นายอเล็กซานเดอร์ คอร์บุท รองประธานสหภาพธัญพืชของรัสเซียซึ่งเป็นกลุ่มล๊อบบี้ด้านการส่งออกธัญพืชรายใหญ่ที่สุด กล่าวว่า รัสเซียมีปริมาณข้าวสาลีสำหรับส่งออกจำนวน 4 ล้านตัน จากภาคใต้ของประเทศแม้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งจะมีคุณภาพไม่ดีพอสำหรับการส่งออก ในขณะที่ท่าเรือของรัสเซียสามารถให้บริการส่งออกได้ราว 3.5 ล้านตันต่อเดือน

นอกจากนี้นายคอร์บุทกล่าวเสริมว่าการกลับมาส่งออกอีกครั้งของรัสเซียอาจทำให้ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกลดลง 5-7% ในขณะที่ราคาในประเทศอาจเพิ่มขึ้น 15-20%

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ ระบุว่าการระงับส่งออกธัญพืชของรัสเซียซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก มีส่วนกระตุ้นให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว
อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การลุกฮือต่อต้านรัฐบาลในโลกอาหรับและแอฟริกาเหนือ




ที่มา : Voice TV และสำนักข่าวแห่งชาติ

สถานการณ์อาหารปนเปื้อน E.coli ในยุโรป

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2554 มีการเรียกคืนแตงกวาซึ่งคาดว่าจะปนเปื้อนเชื้อ E.coli จากร้านค้าในออสเตรียและสาธารณรัฐเชคเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคดังกล่าวซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และทำให้มีผู้ป่วยนับร้อยรายทั่วยุโรป

เจ้าหน้าที่จากสาธารณรัฐเชคกล่าวว่าแตงกวาอินทรีย์ 120 ผล กำลังถูกเก็บออกจากชั้นจำหน่ายสินค้าขณะที่เจ้าหน้าที่ออสเตรียประกาศว่า แตงกวา มะเขือเทศ และมะเขือม่วงจำนวนเล็กน้อยกำลังถูกเรียกคืนจากร้านค้าจำนวน 33 ร้าน

หน่วยงานสุขภาพและความปลอดภัยอาหารของออสเตรียได้รับแจ้งระบบเตือนภัยจากสหภาพยุโรปที่ระบุว่า บริษัทเยอรมนีสองแห่งได้เรียกคืนและห้ามจำหน่ายแตงกวา มะเขือเทศและมะเขือม่วงอย่างเร่งด่วน ซึ่งสินค้าดังกล่าวได้ถูกขนส่งไปยังร้านค้าในออสเตรีย และหน่วยงานสุขภาพและความปลอดภัยของออสเตรียกล่าวว่า สินค้าดังกล่าวบางส่วนอาจถูกจำหน่ายแล้วและกระตุ้นให้ผู้บริโภคทิ้งสินค้าเหล่านั้น โดยหน่วยงานตรวจสอบอาหารและการเกษตรของสาธารณรัฐเชคกล่าวว่าแตงกวาที่ปนเปื้อนถูกส่งมายังฮังการีและลักเซมเบิร์ก แต่ยังไม่มีรายงานการเจ็บป่วยจากทั้งสองประเทศ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2554 ยอดผู้เสียชีวิตจากเชื้อ E.coli ในเยอรมัน เพิ่มขึ้นเป็น 10 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งอย่างน้อย 467 ราย ในทางตอนเหนือของเมือง Hamburg เพียงแห่งเดียว มีอาการติดเชื้อในลำไส้ ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการกลุ่มเม็ดเลือดแดงแตกและไตวาย (HUS) จำนวน 91 ราย นาย Cornelia Pruefer-Storcks เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพของเมือง Hamburg กล่าวกับ DAPD สำนักข่าวเยอรมนีว่า อาการ HUS เป็นอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากเชื้อ E.coli และมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก ตามข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นคาดว่า ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2554
ทั่วประเทศ มีผู้ป่วยประมาณ 1,000 ราย ป่วยด้วยอาการติดเชื้อในลำไส้

นาย Fabian Fusseisโฆษกประจำกระทรวงสาธารณสุขของออสเตรียกล่าวว่า
พบนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันสองคนติดเชื้อ enterohaemorrhagic E.coli หรือ EHEC แต่ไม่มีอาการHUS แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการติดเชื้อดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อ E.coli ในเยอรมนีหรือไม่

เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพของสวีเดนกล่าวว่า มีรายงานการติดเชื้อ 36 รายในสวีเดนและในจำนวนนี้มี 13 รายที่มีอาการ HUS ในเดนมาร์ก มีผู้ติดเชื้อ 11 ราย ซึ่ง 5 รายมีอาการ HUS

ด้านหน่วยงานปกป้องสุขภาพของสหราชอาณาจักรกล่าวว่าจนถึงขณะนี้อังกฤษพบผู้ติดเชื้อชาวเยอรมนี 3 ราย ซึ่ง 2 รายมีอาการ HUS ซึ่งหน่วยงานมาตรฐานอาหารกล่าวว่าไม่มีหลักฐานใดๆยืนยันว่าแตงกวาอินทรีย์ซึ่งติดเชื้อได้ถูกกระจายสินค้ามายังสหราชอาณาจักร แต่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่ในสวิตเซอร์แลนด์ได้จดบันทึกผู้ที่ติดเชื้อ enterohaemorrhagic E.coli รายหนึ่ง เป็นผู้หญิงที่กลับมาจากการท่องเที่ยวในเยอมัน ซึ่งผู้ป่วยได้รับประทานบุฟเฟ่สลัดจากที่นั่น

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2554 Frederic Vincent โฆษกจากสหภาพยุโรปกล่าวว่า โรงกระจกในสเปนซึ่งถูกระบุว่าเป็นแหล่งของแตงกวาที่ปนเปื้อนเชื้อ E.coli ได้หยุดกิจกรรมแล้ว น้ำและดินถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อพิสูจน์ว่าโรงกระจกทั้งสองแห่งเป็นสาเหตุของปัญหาหรือสาเหตุการปนเปื้อนเชื้อเกิดขึ้นจากที่อื่น ส่วนผลการทดสอบคาดว่าจะทราบได้ในวันที่ 31 พฤษภาคม หรือ 1 มิถุนายน 2554





ที่มา : MSNBC News