สหภาพยุโรปอนุญาตให้สามารถนำเข้าสุกรมีชีวิต เนื้อสุกร และผลิตภัณฑ์จากสุกรจากลิธัวเนีย เนื่องจากลิธัวเนียได้ยืนยันว่าการตรวจสอบที่จำเป็นทั้งหมดก่อนส่งออกผลิตภัณฑ์สุกรไปสหภาพยุโรปนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ก่อนหน้านี้สหภาพยุโรปห้ามนำเข้าเนื่องจากเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์สุกร (Classical Swine Fever) ในประเทศยุโรปตะวันออกในช่วงฤดูร้อน 2554
นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังอนุญาตให้นำเข้านกกระจอกเทศมีชีวิต ไข่ เนื้อ และผลิตภัณฑ์เนื้อนกกระจอเทศจาก8มลรัฐในแอฟริกาใต้ยกเว้นเพียงรัฐ Western Cape เพียงรัฐเดียวที่เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N2ก่อนหน้านี้สหภาพยุโรปห้ามนำเข้าจากทั้งประเทศแต่หลังจากแอฟริกาสามารถจำกัดการระบาดไว้เพียงรัฐเดียว สหภาพยุโรปจึงผ่อนปรนอนุญาตให้นำเข้าจาก 8 มลรัฐที่เหลือ
ที่มา : Food Production Daily ( 14 กันยายน 2554
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นกกระจอกเทศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นกกระจอกเทศ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูงระบาดในฟาร์มนกกระจอกเทศ 9 แห่งในแอฟริกาใต้
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ได้รายงานต่อองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) เรื่องการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง (HPAI) H5N2 ในฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศอีก 9 แห่ง ซึ่งฟาร์มทั้งหมดตั้งอยู่ในจังหวัด Western Cape
รายงานระบุว่า การระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูงเริ่มเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ถึง 6 กรกฎาคม 2554 มีนกกระจอกเทศทั้งหมดจำนวน 4, 238 ตัวได้รับผลกระทบ นกกระจอกเทศจำนวน 1,706 แสดงอาการของโรค ขณะที่นกกระจอกเทศ 14 ตัวถูกทำลายและ 1,186 ตัวถูกเชือด
ที่มา : The Poultry Site (9สิงหาคม2554
ป้ายกำกับ:
ไข้หวัดนก,
นกกระจอกเทศ,
ฟาร์ม,
ระบาด,
รุนแรงสูง,
สายพันธุ์,
แอฟริกาใต้
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
แอฟริกาใต้ฆ่านกกระจอกเทศนับหมื่น หวังหยุดไข้หวัดนก
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 กระทรวงเกษตรแอฟริกาใต้กล่าวว่า แอฟริกาใต้ได้ฆ่านกกระจอกเทศ จำนวน 10,000 ตัว เพื่อยับยั้งการระบาดของโรคไข้หวัดนกซึ่งทำให้การส่งออกเนื้อนกกระจอกเทศไปยังสหภาพยุโรปต้องหยุดชะงัก แต่ไข้หวัดนกยังคงระบาดต่อไป แอฟริกาใต้ได้หยุดการส่งออกเนื้อนกกระจอกเทศไปยังสหภาพยุโรปเมื่อเดือนเมษายน 2554 หลังจากพบเชื้อไข้หวัดนก H5N2 ในนกทางตะวันตกของจังหวัดเคป
เชื้อไวรัส H5N2 ไม่อันตรายเท่าเชื้อไวรัส H5N1 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยทั่วโลกระหว่างที่เกิดการระบาด แต่H5N2 ได้สร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมสัตว์ปีกและเนื้อนกชนิดอื่นๆ
สมาหอการค้าธุรกิจนกกระจอกเทศแอฟริกาใต้กล่าวว่ามูลค่าความเสียหายซึ่งเกิดจากการระงับการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 108 ล้านแรนด์ (15.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเดือน
ที่มา : Reuters
เชื้อไวรัส H5N2 ไม่อันตรายเท่าเชื้อไวรัส H5N1 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยทั่วโลกระหว่างที่เกิดการระบาด แต่H5N2 ได้สร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมสัตว์ปีกและเนื้อนกชนิดอื่นๆ
สมาหอการค้าธุรกิจนกกระจอกเทศแอฟริกาใต้กล่าวว่ามูลค่าความเสียหายซึ่งเกิดจากการระงับการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 108 ล้านแรนด์ (15.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเดือน
ที่มา : Reuters
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)