วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555
สหภาพยุโรปอนุญาตสารเสริมอาหารสัตว์เพิ่ม 3 ชนิด
คณะกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศอนุญาตการใช้สารเสริมในอาหารสัตว์ (Feed Additive) เพิ่มเติม 3 ชนิด ได้แก่
- Propionibacterium acidipropionici (CNCM MA 26/4U) และ Zinc Chloride Hydroxide Monohydrate สามารถใช้เป็น Feed Additive สำหรับอาหารสัตว์ทุกชนิด ได้จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565
- Lactobacillus plantarum สายพันธุ์ที่กำหนด สามารถใช้เป็น Feed Additive สำหรับอาหารสัตว์ทุกชนิด ได้จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2565
&! nbsp; โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ข้อกำหนด และปริมาณการใช้แต่สัตว์แต่ละชนิดได้ที่
- Propionibacterium acidipropionici :
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:297:0015:0017:EN:PDF
- Zinc Chloride Hydroxide Monohydrate :
! ; http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:297:0018:0019:EN:PDF
- Lactobacillus plantarum :
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:314:0015:0022:EN:PDF
ที่มา : มกอช./สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ ( 6 ธันวาคม 2555 )
วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555
เตือนส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารมีไข่ไปอียู
รายงานจากระบบการแจ้งเตือนสินค้าอาหารและอาหารสัตว์ (Rapid Alert for Food and Feed System: RASFF) ของสหภาพยุโรป แจ้งว่ามีการตรวจพบผลิตภัณฑ์อาหารจากไทยที่มีส่วนผสมของไข่ แต่ไม่ได้ระบุลงในฉลากส่วนผสม รวมทั้งแสดงคำเตือนสารก่อภูมิแพ้ตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ทำให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและดำเนินการ Re-export สินค้า
เพื่อเป็นการลดความสูญเสียทั้งโอกาสทางการค้าและค่าใช้จ่าย ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงการติดฉลากระบุส่วนประกอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะสารก่อภูมิแพ้ 14 ชนิดของสหภาพยุโรป ได้แก่
&! nbsp; 1. ธัญพืชที่มีกลูเตน (ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต spelt kamut และผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งพืชลูกผสม)
2. ครัสเตเชียน (กุ้ง ปู และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในกลุ่มดังกล่าว) และผลิตภัณฑ์
3. ไข่ และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไข่
4. ปลา และผลิตภัณฑ์จากปลา รวมทั้งเจลาติน
5. ถั่วลิสง และผลิตภัณฑ์
6. ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์
7. นม และผลิตภัณฑ์ยกเว้นเวย์โปรตีนที่ใช้ผลิตแอลกอ! ฮอล์ และแลคติทอล
! &n bsp; 8. นัท (ให้ระบุชนิดของนัทที่ใช้ในส่วนประกอบ) เช่น อัลมอนด์ ฮาเซลนัท วอลนัท พีแคน บราซิลนัท พิสตาชิโอ มะคาเดเมีย ยกเว้นนัทที่ใช้ผลิตแอลกอฮอล์ และเอทิลแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากพืชอื่นๆ
9. เซเลรี และผลิตภัณฑ์
10. มัสตาร์ด และผลิตภัณฑ์ (รวมทั้งเมล็ด)
11. เมล็ดงา และผลิตภัณฑ์
12. ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และซัลไฟต์ ที่มีความเข้มข้นเทียบเท่าซัลไฟต์มากกว่า 10 ppm
13. พืชตระกูล ลูพิน (Lupin) และผลิตภัณฑ์
&nbs! p; 14. มอลลัสก์ (ปลาหมึก หอย และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในกลุ่มดังกล่าว) และผลิตภัณฑ์
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่อยู่ในรายชื่อผู้ผลิตหรือแปรรูปไข่ที่สามารถส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้ หากผู้ประกอบการต้องการใช้ส่วนผสมของไข่ในผลิตภัณฑ์ จะต้องใช้วัตถุดิบหรือไข่แปรรูปจากประเทศตามรายชื่อที่สหภาพยุโรปกำหนด และต้องดำเนินการขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) ที่ระบุไว้ใน Commission Implementing Regulation (EU) No 468/2012 ก่อนการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ตามแบบฟอร์มในเอกสาร
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:144:0001:0014:EN:PDF
ที่มา : มกอช./สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ (4 ธันวาคม 2555)
วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
เดนมาร์กปรับปรุงระเบียบการใช้สารปฏิชีวนะและสวัสดิภาพสัตว์
เดนมาร์กกำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงกฎระเบียบด้านการใช้สารปฏิชีวนะในปศุสัตว์ และสวัสดิภาพสัตว์เพื่อเตรียมบังคับใช้ โดยเพิ่มเติมรายละเอียดขั้นตอนการตรวจสอบยืนยันว่ามีการใช้สารปฏิชีวนะเฉพาะในสัตว์ที่ป่วย ซึ่งจะช่วยป้องกันการใช้สารกลุ่มดังกล่าวในขั้นตอนการเลี้ยงปศุสัตว์ได้ สำหรับกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ ยังได้แก้ไขปรับปรุงเนื้อหาการพิทักษ์สวัสดิภาพสัตว์ทั้งในขั้นตอนการเลี้ยงและขนส่งด้วย
ปัจจุบันเดนมาร์กเป็นผู้นำด้านการบังคับใช้กฎระเบียบด้านสวัสดิภาพสัตว์ รวมไปถึงความตระหนักถึง! ภัยอันตรายจากการใช้สารปฏิชีวนะที่มีต่อมนุษย์
ที่มา : AllAboutFeed (30พ.ย.55)
|
ฟิลิปปินส์สั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของนิวเซาท์เวลส์ชั่วคราว
หลังจากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้ประกาศว่าพบไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรง H7 ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย กระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ได้ออกประกาศหมายเลข 33 เพื่อห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกที่มาจากรัฐนิวเซาท์เวลส์เป็นการชั่วคราว ซึ่งได้แก่ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีก ลูกไก่อายุ 1 วัน ไข่ และน้ำเชื้อสัตว์ปีก
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดแบบฟอร์มใบรับรองกักกันสินค้าสำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของออสเตรเลีย และระงับสินค้าที่กำลังจัดส่งทั้งหมดยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน! การปรุงสุกและผ่านเกณฑ์การฆ่าเชื้อโดยความร้อนเท่านั้น ข่าวย้อนหลังเรื่องประกาศพบไข้หวัดนก H7 ในออสเตรเลีย
ที่มา : ThePoultrySite (30พ.ย.55)
|
วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
พบโรคปากเท้าเปื่อยในสุกรเขตต้าเหลียนของจีน
สถาบันสัตวแพทย์แห่งหลานโจว ได้ยืนยันเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 ว่ามีการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อย (FMD) ในสุกรที่เลี้ยงในเขตต้าเหลียน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ทำให้สุกรตายทั้งหมด 43 ตัว แต่ยังไม่พบต้นเหตุของการระบาดในขณะนี้
จากสาเหตุดังกล่าว ทางการของจีนได้ใช้มาตรการกักกันและควบคุมการเคลื่อนย้ายของปศุสัตว์ภายในประเทศเพื่อควบคุมโรค รวมทั้งให้วัคซีนกับแพะ-แกะ 8,060 ตัว โคนม 6,141 ตัว และสุกร 305 ตัวเพื่อป้องกันการระบาดต่อเนื่องแล้ว
ที่มา : ThePigSite (29พ.ย.55)
|
เร่งขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกอาหารสัตว์ประเภทโปรตีนแปรรูปจากพืชไปจีน
กระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (AQSIQ) เตรียมจัดระเบียบการค้าอาหารสัตว์ประเภทธัญพืช เปลือกข้าวสาลี และประเภทโปรตีนแปรรูปจากพืช ที่ส่งออกไปยังจีน ตามข้อบัญญัติการจัดการดูแลด้านการตรวจสอบและกักกันอาหารสัตว์และวัตถุเจือปนในอาหารสัตว์นำเข้าและส่งออก ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2556
ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะส่งออกสินค้าอาหารสัตว์ประเภทโปรตีนแปรรูปจากพืชไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ดำเนินการติดต่อเพื่อขอขึ้นทะเบียนกับสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้า! ปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ภายในวันที่ 14 ธันวาคม 2555 โทร. 02-653-4444 โทรสาร. 02-653-4917 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มเอเชีย 2 กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร มกอช. โทร. 02-561-2277 ต่อ 1304
ที่มา : มกอช. (29พ.ย.55)
|
ออสเตรเลียพบไข้หวัดนกในฟาร์มสัตว์ปีก
องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) รายงานการพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ก่อโรครุนแรงกลุ่ม H7 ในฟาร์มสัตว์ปีกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นรายงานครั้งแรกของออสเตรเลียในรอบ 15 ปี ทำให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระตายกว่า 5,000 ตัว และมีสัตว์ปีกที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงกว่า 50,000 ตัว โดยฟาร์มดังกล่าวพบว่ามีแหล่งน้ำจำนวนมากที่สามารถเป็นที่อาศัยของนกเป็ดน้ำซึ่งอาจเป็นพาหะนำโรคไข้หวัดนก
ขณะนี้ กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ (MAFF) ได้วางมาตรการกักกันต่อฟาร์มสัตว์ปีกดังกล่าวแล้ว โดยกำหนดพื้นที่ในรัศมี 3 กิโลเมตร เป็นเขตกักกัน ! และรัศมี 7 กิโลเมตร เป็นเขตควบคุม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียได้กล่าวว่า การระบาดของโรคจะไม่เป็นอันตรายต่อการบริโภคสัตว์ปีกและไข่แต่อย่างใด
ที่มา : MeatPoultry (29พ.ย.55)
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)