หน้าเว็บ

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ฟาร์มสุกรออสเตรเลีย นำร่อง carbon credit



ฟาร์มสุกรในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ที่มีจำนวนปศุสัตว์ถึงประมาณ 22,000 ตัว เป็นฟาร์มสุกรรายแรกในออสเตรเลียได้รับทั้ง "คาร์บอนเครดิต" และประกาศนียบัตรรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน โดยฟาร์มดังกล่าวสามารถจัดการก๊าซมีเทนที่เกิดจากการเลี้ยงสุกรโดยนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้งานในฟาร์ม ทำให้สามารถประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าและก๊าซได้ถึง 15,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 480,000 บาท) ต่อเดือน และยังสามารถขายกระแสไฟฟ้าได้ถึง 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 160,000 บาท) ต่อเดือน ถือเป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ประสบความสำเร็จจากการปฏิบัติตามโครงการ Carbon Farming Initiative (CF) ของรัฐบาลกลางออสเตรเลีย

&! nbsp; ระบบการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซมีเทนในโรงเลี้ยงสุกรของ CFI ใช้บ่อหมักชนิดพลาสติกคลุม (Covered Lagoon) และกำจัดก๊าซโดยใช้ผลิตไฟฟ้าและมีการเผาก๊าซส่วนเกินทิ้งเช่นเดียวกับหอกลั่นปิโตรเลียม


ที่มา : PigProgress (31 ต.ค.55)

เสียงเรียกร้องให้แบนการผลิต "ฟัวกราส์" (Foie gra)



เสียงเรียกร้องให้แบนการผลิต "ฟัวกราส์" (Foie gras) หรือตับเป็ดและตับห่านขุนที่เลี้ยงแบบกักขังจนเกิดภาวะไขมันสะสมผิดปกติ กำลังทวีความชัดเจนขึ้นในประเทศผู้ผลิตฟัวกราส์รายใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรปอย่างบัลแกเรีย โดยกลุ่มผู้เรียกร้องทั้งเอ็นจีโอ และสมาชิกสภายุโรป เห็นควรให้หยุดการผลิตฟัวกราส์ที่ถือเป็นการทารุณปศุสัตว์ ทำให้สมาคมผู้ผลิตสัตว์ปีกของบัลแกเรีย แสดงความวิตกกังวลต่ออุตสาหกรรมการผลิตฟัวกราส์ที่มีแรงงานประมาณ 5,000 คน โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันการเลี้ยงเป็ดและห่านเพื่อผลิตฟัวกราส์ไม่ได้ใช้วิธีการกักขังแล้ว ทั้งยังคาดหวังว่าจะไม่มีประกาศห้ามเลี้ยงเพื่อผลิตฟัวกราส์ภายในประเทศ

&n! bsp; ปัจจุบันประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ยังมีการเลี้ยงเป็ดและห่านเพื่อผลิตฟัวกราส์ มีทั้งหมด 5 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม บัลแกเรีย ฝรั่งเศส ฮังการี และสเปน



ที่มา : MeatTradeNewsDaily (31 ต.ค.55)

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ISO เตรียมออกมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์


องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) เตรียมร่างมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม 2556 โดยหน่วยงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ Eurogroup ให้ความเห็นเกี่ยวกับการร่างมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ของ ISO ว่า มาตรฐานดังกล่าวจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ทั่วโลก

ทั้งนี้ องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ ได้แก่ Eurogroup, RSPCA, HSI และองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (WSPA) ได้ประชุมหารือเพื่อเตรียมการนำเสนอมุมมองในการกำหนดทางเทคนิคสำหรับมาตรฐานของ ISO โดยหวังว่ามาตรฐานนี้จะช่วยให้มี! ความประสานกันในการปฏิบัติงาน และแสดงเจตจำนงที่จะทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบการผลิตและพัฒนามาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างต่อเนื่องนั้น เป็นสื่อกลางเพื่อชักนำให้มาตรฐานและกฎระเบียบทั่วโลกสามารถดำเนินร่วมกันไปได้ด้วยดี รวมทั้งเป็นมาตรฐานสำหรับถือปฏิบัติและใช้เปรียบเทียบสากล
ที่มา : ThePoultrySite (30 ต.ค.55

EFSA ชี้ ไนอะซินปลอดภัยสำหรับใช้ในอาหารสัตว์


คณะกรรมการพิจารณาสารเจือปน ผลิตภัณฑ์ และสารเคมีที่ใช้ในอาหารสัตว์ (FEEDAP) ของหน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) ได้พิจารณาข้อคิดเห็นด้านความปลอดภัยและการใช้สารกลุ่มไนอะซิน ได้แก่ nicotinic acid และ nicotinamide เพื่อใช้เป็นสารเจือปนอาหารสำหรับสัตว์ทุกชนิด

สารกลุ่มดังกล่าวเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ NAD และ NADP รวมทั้งมีความสำคัญต่อการทำงานของไมโตคอนเดรีย และการย่อยสลายสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และกรดอะมิโน และเห็นว่าสารกลุ่มดังกล่าวมีความปลอดภัยในการใช้กับอาหารสัตว์ โดยพบว่า! สามารถในปริมาณกว่า 10 เท่า ของที่ใช้ผสมอาหารสัตว์ แต่ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ยังไม่มีผลยืนยันความปลอดภัยในการใช้กับอาหารมนุษย์
ที่มา : AllAboutFeed (30ต.ค.55)

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ผู้เลี้ยงสุกร-ไก่ไข่ขอนำเข้าข้าวโพดลาว 5 หมื่นตันผู้เลี้ยงสุกร-ไก่ไข่ขอนำเข้าข้าวโพดลาว 5 หมื่นตัน




กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรในจังหวัดนครปฐม และราชบุรี ร่วมกับกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ทำหนังสือถึงองค์การคลังสินค้า (อคส.) ขอให้นำเข้าข้าวโพดจากลาว ในช่วงเดือนธันวาคม 2555 ถึงมกราคม 2556 ซึ่งมีราคาต่ำกว่าในประเทศประมาณ 20-30% จำนวน 5 หมื่นตัน มาจำหน่ายกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์ดังกล่าว เนื่องจากปัญหาวิกฤติราคาอาหารสัตว์ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดราคาเพิ่มสูงถึง 40% และวัตถุดิบยังใกล้หมดเนื่องจากอยู่ในช่วงหมดฤดูกาลผลิต ทำให้ผู้ผลิตประสบภาวะขาดทุนอย่างรุนแรงจนต้องเทขายสุกร ส่งผลให้ราคาสุกรเป็นในนครปฐม และราชบุรี ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตถึงกิโลกรัมละ 10 บาท




ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ (24 ต.ค.55)



ภาคเอกชนอินโดนีเซียเล็งเห็นความสำคัญด้านสวัสดิภาพสัตว์ในโรงเชือด




องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (WSPA ได้ลงนามในความร่วมมือกับสัตวแพทยสมาคมแห่งอินโดนีเซีย (IVMA) ด้านการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในโรงเชือด เป็นระยะเวลา 3 ปี ณ นครยอกจาการ์ตา (Yogyakarta) โดยเตรียมจัดตั้งโครงการอบรมการพัฒนาระบบเชือดสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมในปี 2556

WSPA ได้เริ่มดำเนินงานร่วมกับ IVMA เมื่อปี 2554 ภายหลังจากมีบันทึกวีดิโอการเชือดโคที่นำเข้าจากออสเตรเลียด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม ทั้งขั้นตอนการขนย้ายและรอเชือดก็เป็นไปอย่างทารุณต่อปศุสัตว์ และเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบก็พบว่าการเชือดโคที่เลี้ยงในประเทศก็มีลักษณะไม่แตกต่างกัน ประธาน IVMA กล่าวว่า สวัสดิภาพสัตว์จัดเป็นหนึ่งในจรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานด้านสัตวแพทย์ และการปฏิบัติงานร่วมกับ WSPA นี้ จะช่วยให้ IVMA มีช่องทางเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ภายในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น




ที่มา : GlobalMeatNews (24 ต.ค.55)

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สหรัฐฯ ขยายอนุญาตเพิ่มเติม 5 รัฐ ผสมข้าวโพดปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน


ตามที่ มกอช. ได้นำเสนอข่าวการอนุญาตให้ผสมข้าวโพดปนเปื้อนอะฟลาทอกซินเกินมาตรฐานในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) ได้ขยายเขตพื้นที่การอนุญาตให้สามารถผสมข้าวโพดที่มีปริมาณอะฟลาทอกซินมากกว่า 20 ppb (ส่วนในพันล้านส่วน) แต่ไม่เกิน 500 ppb กับวัตถุดิบข้าวโพดที่มีปริมาณอะฟลาทอกซินต่ำเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ เพิ่มเติมใน 5 รัฐ ได้แก่รัฐอิลลินอยส์ อินเดียนา แคนซัส เนบราสกา และโอกลาโฮมา จากเดิมที่อนุญาตเฉพาะในพื้นที่รัฐไอโอวา

ทั้งนี้ อ! าหารสัตว์ที่ผสมภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวห้ามใช้ในการเลี้ยงโคนม และต้องผ่านการตรวจสอบให้ค่าปนเปื้อนอะฟลาทอกซินเป็นไปตามมาตรฐานของ Compliance Policy Guides (CPG) Sec. 683.100 ว่าด้วยปริมาณอะฟลาทอกซินในอาหารสัตว์ ในทุกขั้นตอนการผลิต ทั้งต้องมีใบรับรองประกอบการเคลื่อนย้ายที่แสดงว่ามีการผสมข้าวโพดที่มีปริมาณอะฟลาทอกซินสูงกว่า 20 ppb ปริมาณอะฟลาทอกซินในผลผลิตแต่ละขั้นตอน และระบุชนิดของปศุสัตว์ที่สามารถเลี้ยงด้วยอาหารผสมดังกล่าวได้

ศึกษา Compliance Policy Guide (CPG) Sec 683.100 http://www.fda.gov/ICECI/ComplianceManuals/CompliancePolicyGuidanceManual/ucm074703.htm




ที่มา : มกอช. (22 ต.ค.55)