หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คาดจีนนำเข้าเนื้อสุกรกว่า 1 ล้านตันปี 55

การนำเข้าสัตว์ปีกไปยังจีนปี 2555 คาดการณ์กันว่าจะมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 2554 ที่ปริมาณ 1 – 1.1 ล้านตัน

Ma Chaung รองประธานสมาคมเกษตรสัตว์จีน (CAAA) เปิดเผยว่าภาคเนื้อสุกรของจีนมีกำลังผลิตลดลง โดยปัจจุบันการเลี้ยงสุกรในครัวเรือนลดลงมากกว่าการทำฟาร์มสุกรเป็นอาชีพ อย่างไรก็ตามผลผลิตทั้งหมดไม่ได้ลดลงมากนัก โดยปริมาณนำเข้าในไตรมาส 4 ของปี 2554 มากกว่าในปี 2553
ในเรื่องของโรคระบบทางเดินหายใจและระบบสืบพันธุ์ (PRRS) และโรคปากเท้าเปื่อย (FMD) Ma Chaung กล่าวว่าไม่กังวลและคาดว่าจะไม่ระบาดเหมือนที่ Rabobank ระบุในรายงานล่าสุด อ! ีกทั้งจีนยังได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคทั้งสองชนิดแล้ว


ที่มา : Pig Progress (30/11/54

การผลิตเนื้อสัตว์ปีกรัสเซียโตเพิ่ม 8.6 %  

                กระทรวงเกษตรรัสเซียคาดการณ์ว่าการผลิตสัตว์ปีกในรัสเซียเพิ่มขึ้นเกือบ 50 % ในช่วงปี 2551 – 2554

                สำนักงานสถิติแห่งชาติรัสเซีย (Rosstat) รายงานว่า ในเดือนมกราคม – ตุลาคม 2554 รัสเซียผลิตเนื้อสัตว์ปีก 2.8 ล้านตัน  หรือมากกว่า ผลผลิตปี 2553 ในช่วงเดียวกัน ซึ่งมีผลการผลิตที่ 2.4 ล้านตัน ที่ 8.4 % และขณะนี้ผลผลิตเนื้อสัตว์ปีกเพียงพอต่อความต้องการในประเทศที่ 85 % และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกมายังตลาดรัสเซียลดลงอย่างต่อเนื่องที่ 4 – 5 % ต่อปี ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอัตราการเติบโตของการผลิตสัตว์ปีกในช่วงเดียวกันน่! าจะเพิ่มจาก 4 % เป็น 6 %

                เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Viktor Zubkov รองนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่งกล่าวว่า จากการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก รัสเซียจะสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในด้านเนื้อสัตว์ปีก โดยผลผลิตสัตว์ปีกภายในประเทศจะเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศในปี 2557

                นอกจากนี้ สมาคมผู้ผลิตสัตว์ปีกแห่งชาติ (Rosptitsesoyuz) คาดการณ์ว่า การส่งออกสัตว์ปีกรัสเซียอาจเพิ่มขึ้น 6 เท่าเมื่อสิ้นปี 2554 เป็น 90,000 ตัน
 
 
 
ที่มา : World Poultry (29/11/54

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ฟิลิปปินส์เตรียมตัวส่งออกเนื้อหมูไปเกาหลีใต้

หลังจากการเจรจาส่งออกสัตว์ปีกไปยังเกาหลีใต้ซึ่งจะเริ่มในไตรมาสแรกของปี 2555 ประสบความสำเร็จ รัฐบาลฟิลิปปินส์กำลังเตรียมพร้อมเพื่อขอส่งออกเนื้อสุกรไปยังเกาหลีใต้

กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ต้องการให้กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบคุณภาพเนื้อสุกรในฟิลิปปินส์ โดยฟิลิปปินส์ได้พยายามเข้าถึงตลาดเนื้อสัตว์สดเกาหลีใต้ตั้งแต่ก่อนที่ฟิลิปปินส์จะได้รับการรับรองว่าปลอดโรคปากและเท้าเปื่อยโดยไม่ต้องให้วัคซีน

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ GMA News ระบุว่ากระทรว! งเกษตรฟิลิปปินส์อนุญาตให้เกาหลีใต้ส่งออกปาปิก้าหรือพริกหวานบดมายังฟิลิปปินส์ในไตรมาสแรกของปี 2555

เนื่องจากรัฐบาลมีแผนการส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์และเนื้อไก่ไปยังต่างประเทศ รัฐบาลจึงต้องทำให้มั่นใจว่ามีการปรับปรุงโรงเชือดให้ได้คุณภาพระดับ AAA นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ต้องการส่งออกเนื้อสุกรไปยังสิงคโปร์ มาเลเซียและตะวันออกกลาง


ที่มา : The Pig Site (28/11/54

เกาหลีใต้นำเข้าเนื้อหมูกว่า 2 เท่าในปี 2554

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 กระทรวงอาหาร เกษตร ป่าไม้ และประมง เกาหลีใต้รายงานว่า เมื่อถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2554 เกาหลีใต้นำเข้าเนื้อสุกรกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553

เกาหลีใต้นำเข้าเนื้อสุกร 329,743 เมื่อถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2554 เพิ่มขึ้น 117 % จาก 151,889 ต้น ในช่วงเดียวกันของปี 2553 โดยนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า จาก 41,888 ตัน เป็น 129,975 ในช่วงเดียวกัน ซึ่งคิดเป็น 39.4 % ของการนำเข้าเนื้อสุกรทั้งหมด นอกจากนี้ ในช่วงเดียวกัน เกาหลีใต้นำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้น 253,132 ต้น หรื! อเพิ่มขึ้น 20.3 % จากช่วงเดียวกันของปี 2553

เกาหลีใต้นำเข้าเนื้อสุกรและเนื้อเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากผลผลิตภายในประเทศลดลงโดยมีสาเหตุจากการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย เพื่อควบคุมการระบาดของโรคในเดือนพฤศจิกายน ปี 2553 เกาหลีใต้จึงต้องกำจัดปศุสัตว์กว่า 3 ล้านตัว ซึ่งปศุสัตว์ส่วนใหญ่ที่ถูกกำจัดเป็นสุกรและวัว



ที่มา : Xinhua News (28/11/54

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สถานการณ์ไข้หวัดนกในอียิปต์และอินโดนีเซีย

สถานการณ์ไข้หวัดนกในอียิปต์เกิดขึ้น 5 ครั้งใน 4 เขตผู้ว่าราชการได้แก่ เบเฮรา ฟายุม การ์เบียและกิซา โดยในเมืองเบเฮราเกิดการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกซึ่งมีการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 แล้ว ขณะที่การระบาดอีก 4 ครั้งพบในสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้ในสวนหลังบ้านหรือบนหลังคาและยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

ขณะที่สถานการณ์ไข้หวัดนกในอินโดนีเซีย หน่วยงานผู้ดูแลด้านไข้หวัดนกระบุว่าเดือนกันยายน 2554 จังหวัดบาหลีเป็นเมืองที่เกิดการระบาดของไข้หวัดนกในหลายหมู่บ้านมากที่สุด ตามมาด้วยซูลา! เวซีกลาง ซูลาเวซีตะวันตก กาลีมันตันตะวันตก และซูลาเวซีใต้ โดยในเดือนตุลาคม 2554 ไข้หวัดนกทำให้มีผู้เสียชีวิตในบาหลี 3 ราย อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ประกอบด้วยหญิงวัย 29 ปีผู้เป็นแม่ และเด็กหญิงวัย 9 ปี และเด็กชายวัย 10 ปี โดยพบสัตว์ปีกที่เลี้ยงในครัวเรือนเสียชีวิตก่อนที่ผู้หญิงและเด็กล้มป่วย

นอกจากนี้ยังมีการรายงานการระบาดของไข้หวัดนกในหมู่บ้าน 2 แห่งในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก และเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 มีการรายงานว่าพบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกใน 3 แขวงของจังหวัดซูลาเวซีใต้ ทำให้มีสัตว์ปีกเสียชีวิต 14,000 ตัน

ทั้งนี้ จากข้อมูลสรุปสถานการณ์ไข้หวัดนกล่าสุดของ FAO ยังระบุการพบการระบาดของไข้หวัดนกในเวียดนามและอิหร่านซึ่งก่อนหน้านี้มีการรายงานไปยังองค์การอนามัยโลก (W! TO) ด้านสุขอนามัยสัตว์และ และจากข้อมูลในตารางในรายงานของ FAO ร! ะบุว่าใน ปี 2554 มีการระบาดไข้หวัดนกใน 14 ประเทศ

ไข้หวัดนกเป็นโรคที่เกิดขึ้นเป็นประจำในจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย บังกลาเทศ อินเดีย และอียิปต์




ที่มา : World Poultry ( 23 พฤศจิกายน 2554

ช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ เนื้อหมูและไก่อาจขาดแคลนและราคาสูงในฟิลิปปินส์

ผู้แปรรูปเนื้อสัตว์ออกมาแจ้งเตือนว่า ฟิลิปปินส์อาจขาดแคลนเนื้อสุกรและเนื้อไก่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และราคาสินค้าดังกล่าวอาจมีราคาสูงในช่วงเทศกาลปีใหม่ และกล่าวโทษกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ (DA) ว่าไม่ออกใบอนุญาตนำเข้าให้เพียงพอ

นาย Francisco Buencamino ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้แปรรูปเนื้อสัตว์ และนาย Jesus Cham ประธานสมาคมผู้นำเข้าและผู้ค้าเนื้อสัตว์ระบุว่ากระทรวงฯ ไม่ได้ออกใบอนุญาตนำเข้าเนื้อสุกรและไก่ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 แม้ว่าการกระทำของกร! ะทรวงฯ จะช่วยเพิ่มราคาของสินค้าในประเทศ แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น แฮม ไส้กรอก ซึ่งมักได้รับความนิยมบริโภคในช่วงกาลเฉลิมฉลองเทศกาลดังกล่าว

นอกจากนี้ นาย Jesus กล่าวว่าหากต้องแย่งซื้อสินค้าเนื้อหมูและไก่จากเกษตรกรในท้องถิ่นกับผู้บริโภค จะทำให้ราคาเนื้อหมูและไก่พุ่งสูงขึ้น นาย Francisco จึงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรทบทวนการตัดสินใจอีกครั้งและเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ควรคุ้มครองเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องคุ้มครองผู้บริโภคด้วย




ที่มา : The Pig Site (23 พฤศจิกายน 2554

จับตา...ข้อพิพาทฉลาก Cool สหรัฐฯ

องค์การการค้าโลก (WTO) ตัดสินว่า ฉลาก Cool ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับทางการค้าของ WTO

WTO ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนจากแคนาดาเรื่องข้อกำหนดของฉลาก Cool ของสหรัฐ ซึ่งบังคับให้ระบุแหล่งกำเนิดที่มาของสินค้า โดยพระราชบัญญัติ Food Conservation and Energy สหรัฐฯ บังคับให้ติดฉลาก Cool บน เนื้อวัว เนื้อสุกร เนื้อไก่ เนื้อแกะ เนื้อแพะ และสินค้าที่เน่าเสียได้ที่จำหน่ายโดยผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯ

WTO ระบุว่าข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการแบ่งแยกสินค้าปศุสัตว์จากต่างประเทศ WTO พบว่า มีการเลือกปฏิบัติต่อสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกต่างจากสินค้าจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อกำหนดดังกล่าวยังสร้างอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น ผู้แปรรูปสินค้าปศุสัตว์แคนาดาต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สหรัฐฯ ออกกฎหมายฉลาก Cool เป็นการชั่วคราวเมื่อเดือนกันยายน 2551 และบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2552

ขณะนี้ สหรัฐฯ จะต้องเปลี่ยนแปลงมาตรการดังกล่าวให้สอดคล้องกับข้อบังคับทางการค้าของ WTO แต่อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐฯได้รับการอุทธรณ์ สหรัฐฯจะสามารถขยายเวลาการเปลี่ยนแปลงได้





ที่มา : Australian Food News ( 24 พฤศจิกายน 2554