วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอาจจะปรับลดมาตรฐานการตรวจสอบสัตว์ปีก
หน่วยงานตรวจสอบและความปลอดภัยอาหารสหรัฐอเมริกา (FSIS) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2555 ได้เสนอระบบการตรวจสอบใหม่สำหรับโรงเชือดสัตว์ปีก กฏระเบียบใหม่นี้จะมอบให้โรงงานเอกชนเป็นผู้ดำเนินการตรวจ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานภาครัฐสามารถปรับลดตำแหน่งลงประมาณ 1,000 ตำแหน่ง หลายคนเชื่อว่ากระบวนการของการแปรรูปการตรวจสอบอาหารจะลดคุณภาพของอาหารที่มีให้กับผู้บริโภค
AlterNet เห็นว่ากฎระเบียบที่นำเสนอให้ความสำคัญกับปริมาณและความรวดเร็วมากกว่าคุณภาพ กระบวนการตรวจสอบสัตว์ปีกในปัจจุบันกำหนดปริมาณงานที่ 35 ตัว/ นาที่ แต่ระเบียบใหม่จะกำหน! ดที่ 175 ตัว/ นาที่ นอกจากนี้กฎระเบียบใหม่จะลดจำนวนผู้ตรวจซากสัตว์ของ FSIS เหลือ 1 คน/ หน่วย ซึ่งจะลดเวลาการตรวจสอบลงเช่นเดียวกับลดตำแหน่งงานในหมู่บุคลากรของรัฐบาลกลาง
ในอุตสาหกรรมการตรวจสอบอาหารปัจจุบัน ผู้ปฏิบัติงานในการตรวจสอบจะต้องมีประสบการณ์ผ่านการฝึกอบรม การศึกษา หรือทั้งสอง อย่างน้อยสามปี แต่การแปรรูปที่เสนอไม่รวมถึงกฎระเบียบที่จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีประสบการณ์ นายสแตน เพ้นเตอร์ ประธานสภา the National Joint Council of Food Inspection Locals แสดงความคิดเห็น อีกทั้งบริษัทจะทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งปัญหาความไม่โปรงใส และความปลอดภัยผู้บริโภค เช่นเดียวกับ นาง Wenonah Hauter กรรมการบริหาร Food and Water Watch ที่เห็นว่า จนกว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดจะถูกเก็บรวบรวมเพื่อสนับสนุนว่าผู้บริโภคจะได้การคุ้มครองในระดับเดียวกับการตรวจแบบดั้งเดิม กฎระเบียบใหม่ที่เสนอยังไม่ควรนำไปปฏิบัติ
&n! bsp; วันสุดท้ายของการแสดงความคิดเห็นต่อ วันที่ 26 ! เมษายน 2 012
ที่มา : The Poultry Site (16/03/55)
สหภาพยุโรปและนอร์เวย์ตกลงร่วมกันบริหารจัดการปลาแมคเคอเรล
สอดคล้องกับข้อตกลงฉบับก่อน สหภาพยุโรปและนอร์เวย์ได้ลงนามร่วมกันในข้อตกลงทวิภาคีเกี่ยวกับการบริหารจัดการปลาแมคเคอเรล ปี 2555
เนื่องจากไม่สามารถตอบสนองความต้องการของหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) และ ไอซ์แลนด์ ในการหารือครั้งล่าสุด เพื่อหาข้อตกลงร่วมของรัฐชายฝั่งเกี่ยวกับสต๊อกปลาแมคเคอเรล ดังนั้น สหภาพยุโรปและนอร์เวย์จึงได้จัดทำข้อตกลงทวิภาคี ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว นอร์เวย์ได้รับการจัดสรรโควต้าปลาแมคเคอเรล จำนวน 181,085 ตัน และสหภาพยุโรป จำนวน 396,468 ตัน ซึ่งการจัดสรรโควต้าเป็นไปตามแผนการจัดการร่วมตามคำแนะนำของส! ภาการสำรวจทะเลระหว่างประเทศ (International Council for Exploration of the Sea – ICES) และรูปแบบการจัดสรรโควต้าแบบดั้งเดิมระหว่างสหภาพยุโรปและนอร์เวย์
ที่มา : The Fish Site News (16/03/55)
สภาพอากาศแห้งแล้งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
แนวโน้มการเพาะปลูกธัญพืช ปี 2555-2556 ของสเปน อยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องมาจากฤดูหนาวที่แห้งแล้งที่สุดเป็นประวัติการ ในขณะที่ปริมาณน้ำฝนของเดือนเมษายนและพฤษภาคมจะเป็นตัวกำหนดปริมาณการเพาะปลูก แต่สภาพอากาศแห้งแล้งปีนี้อาจจะส่งผลกระทบกับผลผลิตเมล็ดพันธุ์ฤดูหนาว
จากรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) จะยังคงไม่มีฝนตกในสเปน ปริมาณการกักเก็บน้ำของเขื่อนทั้งหมดในสเปนจะอยู่ที่ 62.5% หมายถึงจะมีปริมาณน้ำใช้จ่าย จำนวน 34,764 ลูกบาศก์เมตร3
สภาพอากาศดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการผลิตปศุสัตว์ ทำให้ปศุสัตว์อ! ยู่ในสภาพเสี่ยง ทุ่งเลี้ยงปศุสัตว์ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง และการที่พื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์ลดลงจะผลักดันให้เกษตรกรต้องเพิ่มต้นทุนการผลิตโดยการเพิ่มจำนวนศุสัตว์ที่มากกว่าระดับปกติ
ที่มา : The Poultry Site (16/03/55)
วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555
อัฟริกาใต้เรียกเก็บภาษีการทุ่มตลาดไก่และไก่ไร้กระดูกจากบราซิล
คณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Administration Comission – ITAC) ของอัฟริกาใต้ได้รายงานผลการพิจารณาเบื้องต้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าบราซิลได้ทุ่มตลาดไก่และไก่ไร้กระดูกที่ส่งออกไปยังกลุ่มอุตสาหกรรม South African Custom Union (SACU) และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการงบประมาณ (Commissioner for South African Revenue Service – SARS) กำหนดเรียกเก็บค่าชดเชยการทุ่มตลาด
สมาคมไก่ของอัฟริกาใต้ (South African Poultry Association – SAPA) ในฐานะตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรม SACU ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื! ่อปี 2554 ว่าสินค้าภายใต้หมวดภาษี 0207.12.90 (ไก่แช่แข็ง) และ 0207.14.10 (ไก่ไร้กระดูก) ถูกส่งเข้ามายัง SACU ในราคาที่ต่ำกว่าราคาภายในประเทศผู้ผลิต ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกลุ่มอุตสาหกรรม SACU
ความแตกต่างของราคาการทุ่มตลาด คิดเป็น 62.93% สำหรับไก่ และ 46.59% สำหรับไก่ไร้กระดูก โดยบริษัทที่ทำการทุ่มตลาดจะถูกเรียกเก็บภาษีป้องกันการทุ่มตลาด (Anti-dumping duties) เป็นระยะเวลา 6 เดือน
อุตสาหกรรมไก่บราซิลได้โต้แย้งผลการพิจารณาของรัฐบาลอัฟริกาใต้ ว่าไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของ WTO ว่าด้วยการทุ่มตลาดสินค้า และเรียกร้องให้รัฐบาลบราซิลยื่นเรื่องต่อ WTO โดยอ้างเหตุผลว่า อัฟริกาใต้ไม่ได้คำนึงถึงภาษี (16.5%) สินค้าภายในประเทศเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบความแตกต่างของราคา ซึ่งสินค้าส่งออกจะไม่ถูกเก็บภาษี
ที่มา : World Poultry – News (15/03/55)
วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555
ออสเตรเลียกังวลเกี่ยวกับการนำเข้าเนื้อสุกร
ABC ได้คาดการณ์อัตราการเติบโตระยะกลางของการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุกร เนื่องจากเกษตกรส่วนใหญ่ภายในประเทศได้เน้นไปที่การผลิตเนื้อสดแทน โดยราคาเฉลี่ยต่อน้ำหนักสุกรออสเตรเลีย คาดว่าจะตกลงร้อยละ 2 ใน ปี 2555-2556 ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 275 เซ็นต์ ต่อ กิโลกรัม อีกทั้ง การลดลงของราคาเมล็ดภัณฑ์อาหารสัตว์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 55 ของต้นทุนการผลิตรวม จะสนับสนุนการผลิตภายในประเทศที่จะสูงขึ้น ในปี 2555 – 2556 ที่จะเน้นการผลิตเนื้อสุกรสด ดังนั้น ส่วนแบ่งของตลาดสินค้าแปรรูปสำหรับผู้ประกอบการออสเตรเลียจะลดลงอย่างรวดเร็วเป็นระยะเวลาหลายปีต่อจากนี้
ABA! RES กล่าวว่าการมุ่งเน้นขยายตลาดเนื้อสุกรสด ทำให้สัดส่วนของการผลิตเนื้อสุกรแปรรูปภายในประเทศเทียบกับการผลิตเนื้อสุกรรวม ลดลงจากร้อยละ 37 ในปี 2546=2547 เหลือร้อยละ 20 ในปี 2553-2554 ส่วนแบ่งการตลาดดังกล่าวถูกคาดการณ์ว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจะเหลือร้อยละ 15 ในปี 2559 – 2560 เป็นผลจากการแข่งขันนำเข้าอย่างรุงแรง ซึ่งจะหมายถึงการลดลงร้อยละ 20 ของการผลิตเนื้อสุกรแปรรูปในระยะกลางของออสเตรเลีย
ที่มา : Meat Trade News Daily (14/03/55)
การระบาดของโรคไวรัสนิวแคสเซิลในอิตาลี
หน่วยงานสัตวแพทย์ของอิตาลีได้รายงานเกี่ยวกับการระบาดของโรคไวรัสนิวแคสเซิลในเมืองทัสคานี OIE ได้รับประกาศแจ้งเตือนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2555 ซึ่งสัตว์ที่ได้รับผลกระทบได้แก่ นกพิราบที่เลี้ยงไว้หลังฟาร์ม นกต้องสงสัยมีทั้งหมด 101 ตัว จากการรายงาน 18 ครั้ง พบนกตาย 8 ตัว ส่วนที่เหลือ 93 ตัวถูกทำลาย
จากการอ้างอิง OIE ประกาศแจ้งเตือนนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะการปลอดโรคไวรัสนิวแคสเซิลของอิตาลี และจะไม่มีผลต่อการค้าสัตว์ปีกและผลิตภํณฑ์ เนื่องจากนกที่ติดโรคระบาดไม่ถูกจัดอยู่ภายใต้คำจำกัดความว่าสัตว์ปีกของ OIE ทั้งนี้ สาเหตุของการระบาดยังไม่! ระบุแน่ชัด
ที่มา : Meat Trade News Daily (14/03/55)
วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555
สหภาพยุโรป – ฉลากแสดงแหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์
ภายใต้กฎระเบียบใหม่ว่าด้วยการแจ้งข้อมูลอาหารแก่ผู้บริโภคของสหภาพยุโรป ข้อมูลแสดงแหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์เนื้อหมู สัตว์ปีก เนื้อแกะ และเนื้อแพะ ที่ไม่ผ่านการแปรรูป จะถูกบังคับใช้ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2557
ดังนั้น DG AGRI จึงมอบหมายให้มีการศึกษา วิเคราะห์ และเปรียบเทียบวิธีการต่างๆ สำหรับการแสดงฉลากแหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ไม่แปรรูปในหมวดดังกล่าว ทั้งนี้ การศึกษาจะวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของวิธีการต่างๆ และผลกระทบต่อผู้ผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และการค้า รวมทั้งความเห็นและความเข้าใจของผู้บ! ริโภคเกี่ยวกับฉลากแหล่งกำเนิดสินค้าเนื้อสัตว์
วันสุดท้ายของการส่งข้อเสนอโครงการ คือ วันที่ 16 เมษายน 2555
ที่มา : Meat Trade News Daily (13/03/55)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)