เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2554 นาย Haung Bo ผู้อำนวยการหน่วยงานบริหารด้านอุตสาหกรรมและการค้าเมืองฉงชิ่ง จีน กล่าวว่า เทศบาลเมืองฉงชิ่ง ได้ปิดร้าน Wal-Mart 10 สาขา และร้านค้าอื่นในเครืออีก 2 สาขาเนื่องจากจำหน่ายเนื้อสุกรธรรมดาแต่ปิดฉลากว่าเป็นเนื้อสุกรอินทรีย์ จำนวน 63,547 กิโลกรัมเมื่อปี 2552 และจากการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวทำให้ร้าน Wal-Mart มีรายได้ 730,000 หยวน (114, 501 ดอลลาร์สหรัฐ)
ทั้งนี้ เทศบาลเมืองฉงชิ่งได้ปรับเงินร้านดังกล่าวเป็นจำนวน 2.69 ล้านหยวน และนาย Haung Bo
ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2549 รัฐบาลท้องถิ่นลงโทษร้านWal-Mart เป็นจำนวน 21 ครั! ้ง เนื่องจากโฆษณาเกินจริง จำหน่ายอาหารที่หมดอายุและไม่ได้มาตรฐาน
ที่มา : The Pig Site (12/10/54
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554
เนเธอร์แลนด์ปลูกถั่วเหลืองอย่างยั่งยืน
องค์กร Dutch feed cooperative Agrifirm มีโครงการวิจัยเพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของถั่วเหลืองทางเขตตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรปจำนวน 2 โครงการ โดยเป็นการดำเนินการศึกษาแหล่งโปรตีนทางเลือกสำหรับอาหารสัตว์ที่มีการคัดเลือกถั่วเหลืองไม่กี่สายพันธุ์จากโปแลนด์ที่น่าจะมีการเจริญเติบโตได้ดีในเนเธอร์แลนด์เข้ามาทดลองปลูก
นับว่า Agrifirm มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของชาวดัตช์ เพื่อเป็นการผลิตถั่วเหลืองอย่างยั่งยืนของประเทศ นอกจากนั้นยังมีความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ที่เรียกว่าโครงการ Triple- E ซึ่งมีการเริ่มต้นวิจัยแหล่งโปรตีนทางเลือกอื่นๆ สำหรับผลิต! อาหารสัตว์ ซึ่งถั่ว Faba ได้รับการทดสอบและการศึกษาสำหรับใช้ในอาหารอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นข้อจำกัดสำคัญในการเจริญเติบโตของถั่วเหลืองทางเขตตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป ความพยายามในการพัฒนาปรับปรุงผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศเนเธอแลนด์ ดำเนินการภายใต้นักปรับปรุงชาวดัตช์ ซึ่งพบว่ามีไม่กี่สายพันธุ์ที่ได้รับเลือกมาทดลองปลูกแล้วได้ผลดีในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งในการวิจัย Agrifirm มุ่งเน้นไปที่พันธุ์ถั่วเหลืองที่ให้ผลผลิตสูง Agrifirm มีความมุ่งมั่นทำการศึกษาวิจัยที่นี่เป็นครั้งแรกด้วยพื้นที่ขนาด 50 ไร่
ที่มา : Agri-business Weekly (6-10-54)
นับว่า Agrifirm มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของชาวดัตช์ เพื่อเป็นการผลิตถั่วเหลืองอย่างยั่งยืนของประเทศ นอกจากนั้นยังมีความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ที่เรียกว่าโครงการ Triple- E ซึ่งมีการเริ่มต้นวิจัยแหล่งโปรตีนทางเลือกอื่นๆ สำหรับผลิต! อาหารสัตว์ ซึ่งถั่ว Faba ได้รับการทดสอบและการศึกษาสำหรับใช้ในอาหารอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นข้อจำกัดสำคัญในการเจริญเติบโตของถั่วเหลืองทางเขตตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป ความพยายามในการพัฒนาปรับปรุงผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศเนเธอแลนด์ ดำเนินการภายใต้นักปรับปรุงชาวดัตช์ ซึ่งพบว่ามีไม่กี่สายพันธุ์ที่ได้รับเลือกมาทดลองปลูกแล้วได้ผลดีในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งในการวิจัย Agrifirm มุ่งเน้นไปที่พันธุ์ถั่วเหลืองที่ให้ผลผลิตสูง Agrifirm มีความมุ่งมั่นทำการศึกษาวิจัยที่นี่เป็นครั้งแรกด้วยพื้นที่ขนาด 50 ไร่
ที่มา : Agri-business Weekly (6-10-54)
ค้าเฮ! ส่งออก-ขนย้าย ‘หมู’ ได้แล้ว
กระทรวงพาณิชย์ยกเลิก ประกาศมาตรการห้ามขนย้ายสุกรข้ามจังหวัดและมาตรการห้ามส่งออกสุกร
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามเห็นชอบยกเลิกประกาศมาตรการห้ามขนย้ายสุกรมีชีวิตและซากสุกรตั้งแต่ 10 ตัวขึ้นไปข้ามจังหวัด และห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตและซากสุกร เนื่องจากสถานการณ์ราคาและปริมาณสุกรออกสู่ตลาดปกติแล้ว และเห็นว่าไม่เป็นการกระทบต่อการบริโภคสุกรในพื้นที่น้ำท่วม และไม่กระทบต่อการส่งออก
นายยรรยง พวงราช เผยอีกว่า หากสถานการณ์ป! ริมาณสุกรเกิดการขาดแคลนและราคามีแนวโน้มสูงขึ้นอีก ก็จะพิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลตามความเหมาะสมต่อไป
ที่มา : Voice TV (6-10-54)
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามเห็นชอบยกเลิกประกาศมาตรการห้ามขนย้ายสุกรมีชีวิตและซากสุกรตั้งแต่ 10 ตัวขึ้นไปข้ามจังหวัด และห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตและซากสุกร เนื่องจากสถานการณ์ราคาและปริมาณสุกรออกสู่ตลาดปกติแล้ว และเห็นว่าไม่เป็นการกระทบต่อการบริโภคสุกรในพื้นที่น้ำท่วม และไม่กระทบต่อการส่งออก
นายยรรยง พวงราช เผยอีกว่า หากสถานการณ์ป! ริมาณสุกรเกิดการขาดแคลนและราคามีแนวโน้มสูงขึ้นอีก ก็จะพิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลตามความเหมาะสมต่อไป
ที่มา : Voice TV (6-10-54)
หวั่นราคาอาหารพุ่ง พื้นที่เพาะปลูกเอเชียจมน้ำ
อู่ข้าวอู่น้ำส่วนใหญ่ของเอเชีย กำลังเผชิญภาวะน้ำท่วม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าสภาพการณ์เช่นนี้อาจทำให้ราคาอาหาร สูงขึ้นไปอีกและเป็นการเพิ่มภาระแก่เกษตรกรที่มีฐานะติดอันดับยากจนที่สุดในภูมิภาคเอเชียอยู่แล้ว
ข้าวในนาประมาณ 9.3 ล้านไรในไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาวได้รับความเสียหาย หรือเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วม ท่ามกลางภาวะที่ภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี
ไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นหนึ่งในชาติที่เจออุทกภัยร้ายแรง จนมีผู้เสียชีวิต 237 ราย และนาข้าวประมาณ 6.25 ล้านไร่ หรือ 10% ข! องพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดได้รับความเสียหาย
ส่วนเวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับสอง ก็ได้ผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนครึ่งหนึ่งในการผลิตข้าวของเวียดนาม ในบริเวณนี้มีจังหวัดดองธับและอันเกียงเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ยูเอ็นเปิดเผยว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิต 11 ราย บ้านเรือนกว่า 20,000 หลังถูกน้ำท่วม และนาข้าวกว่า 6 แสนไร่เสี่ยงน้ำท่วม
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในกัมพูชา เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรเผยว่านาข้าวกว่า 2 ล้านไร่มีน้ำท่วมขัง และนาข้าวเสียหายกว่า 6 แสนไร่เสียหายยับเยิน
ขณะที่ลาวก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจากพายุโซนร้อนซึ่งพัดเข้ามาในประเทศตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย นาได้รับค! วามเสียหาย 3 แสนไร่ และเมื่อเดือนปลายเดือนกันยายน พืชผลได้รับค! วามเสียห ายเป็นจำนวนมาก หลังจากเขื่อนแห่งหนึ่งที่กั้นแม่น้ำสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ระบายน้ำออกมากเพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาทำให้น้ำล้นเขื่อน
ขณะที่ปากีสถาน กำลังได้รับผลกระทบจากน้ำปริมาณมากที่ท่วมนาข้าวแล้วพื้นที่การเกษตรอื่นๆ ในย่านที่ทำการเพาะปลูก คาดว่าสภาพการณ์นี้สร้างความเสียหายแก่ประเทศมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มาร์กาเรตา วาห์สทรอม หัวหน้าฝ่ายลดภัยพิบัติ ประจำสหประชาชาติ (UN) ระบุในแถลงการณ์ว่า ทั้งภูมิภาคจะได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่สูงขึ้น เพราะเก็บเกี่ยวพืชผลไม่ได้ ความเสียหายปีนี้ถือว่าร้านแรงมาก และจะต้องอาศัยระยะเวลาอีกพักหนึ่งก่อนผู้คนจะกลับมาดำเนินชีวิตตามเดิม ขณะที่โวน ทัง ซวน ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวของเวียดนาม กล่าวว่าสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำท่วมหนักปีนี้ คือปริมาณฝนที่ตกลงมาหนักผิดปกติในไทยและลาว ก่อนที่จะไหลสู่แม่น้ำโขง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ(7-10-54)
ข้าวในนาประมาณ 9.3 ล้านไรในไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาวได้รับความเสียหาย หรือเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วม ท่ามกลางภาวะที่ภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี
ไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นหนึ่งในชาติที่เจออุทกภัยร้ายแรง จนมีผู้เสียชีวิต 237 ราย และนาข้าวประมาณ 6.25 ล้านไร่ หรือ 10% ข! องพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดได้รับความเสียหาย
ส่วนเวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับสอง ก็ได้ผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนครึ่งหนึ่งในการผลิตข้าวของเวียดนาม ในบริเวณนี้มีจังหวัดดองธับและอันเกียงเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ยูเอ็นเปิดเผยว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิต 11 ราย บ้านเรือนกว่า 20,000 หลังถูกน้ำท่วม และนาข้าวกว่า 6 แสนไร่เสี่ยงน้ำท่วม
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในกัมพูชา เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรเผยว่านาข้าวกว่า 2 ล้านไร่มีน้ำท่วมขัง และนาข้าวเสียหายกว่า 6 แสนไร่เสียหายยับเยิน
ขณะที่ลาวก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจากพายุโซนร้อนซึ่งพัดเข้ามาในประเทศตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย นาได้รับค! วามเสียหาย 3 แสนไร่ และเมื่อเดือนปลายเดือนกันยายน พืชผลได้รับค! วามเสียห ายเป็นจำนวนมาก หลังจากเขื่อนแห่งหนึ่งที่กั้นแม่น้ำสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ระบายน้ำออกมากเพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาทำให้น้ำล้นเขื่อน
ขณะที่ปากีสถาน กำลังได้รับผลกระทบจากน้ำปริมาณมากที่ท่วมนาข้าวแล้วพื้นที่การเกษตรอื่นๆ ในย่านที่ทำการเพาะปลูก คาดว่าสภาพการณ์นี้สร้างความเสียหายแก่ประเทศมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มาร์กาเรตา วาห์สทรอม หัวหน้าฝ่ายลดภัยพิบัติ ประจำสหประชาชาติ (UN) ระบุในแถลงการณ์ว่า ทั้งภูมิภาคจะได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่สูงขึ้น เพราะเก็บเกี่ยวพืชผลไม่ได้ ความเสียหายปีนี้ถือว่าร้านแรงมาก และจะต้องอาศัยระยะเวลาอีกพักหนึ่งก่อนผู้คนจะกลับมาดำเนินชีวิตตามเดิม ขณะที่โวน ทัง ซวน ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวของเวียดนาม กล่าวว่าสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำท่วมหนักปีนี้ คือปริมาณฝนที่ตกลงมาหนักผิดปกติในไทยและลาว ก่อนที่จะไหลสู่แม่น้ำโขง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ(7-10-54)
เวียดนามจะพัฒนาระบบความมั่นคงอาหารใหม่
กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนามอนุมัติโครงการพัฒนาระบบข้อมูลความมั่นคงด้านอาหารระบบใหม่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับจัดตั้งนโยบายด้านความมั่นคงด้านอาหารเวียดนาม
โครงการดังกล่าวจะเริ่มในปี 2555 ซึ่งต้องใช้งบประมาณราว 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยโครงการดังกล่าวจะให้ ข้อมูลด้านอุปสงค์ อุปทาน และ นโยบายด้านอาหาร
หนังสือพิมพ์ Vietnam News Agency รายงานว่า โครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ระบบ ดังนี้
• ระบบแรกจะรวบรวมข้อ! มูลเกี่ยวกับ สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศ โรคพืช โรคสัตว์ และการผลิตอาหาร
• ระบบที่สองจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุปสงค์ด้านอาหารทั่วโลก โดยเฉพาะอาหารที่เวียดนามส่งออกเป็นปริมาณมาก
• ระบบที่สามจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาขายส่งและขายปลีกอาหารที่จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงด้านอาหารในต่างประเทศอีกด้วย
ที่มา : Bernama(7-10-54)
โครงการดังกล่าวจะเริ่มในปี 2555 ซึ่งต้องใช้งบประมาณราว 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยโครงการดังกล่าวจะให้ ข้อมูลด้านอุปสงค์ อุปทาน และ นโยบายด้านอาหาร
หนังสือพิมพ์ Vietnam News Agency รายงานว่า โครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ระบบ ดังนี้
• ระบบแรกจะรวบรวมข้อ! มูลเกี่ยวกับ สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศ โรคพืช โรคสัตว์ และการผลิตอาหาร
• ระบบที่สองจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุปสงค์ด้านอาหารทั่วโลก โดยเฉพาะอาหารที่เวียดนามส่งออกเป็นปริมาณมาก
• ระบบที่สามจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาขายส่งและขายปลีกอาหารที่จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงด้านอาหารในต่างประเทศอีกด้วย
ที่มา : Bernama(7-10-54)
ไต้หวันนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้น 4 %
หน่วยงานส่งเสริมผลิตภัณฑ์เนื้อออสเตรเลีย (MLA) รายงานว่า ในช่วงปี 2553 – 2554 ไต้หวันนำเข้าเนื้อวัวประมาณ 85,033 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 4 %จากช่วงปี 2552-2553
อุปสงค์เนื้อวัวในไต้หวันเพิ่มขึ้นเนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไต้หวันเป็นบวก เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ ภาวะว่างงานที่ลดลง ความมั่นใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นและความแข็งแกร่งของภาคการค้าปลีกและการบริการด้านอาหาร
ไต้หวันนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นแม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขไต้หวันจะห้ามนำเข้าเนื้อวัวจากส! หรัฐฯในเดือนมกราคม 2554 โดยการนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้น 31 % เป็น 29,653 ตัน การนำเข้าเนื้อวัวแช่เย็นเพิ่มขึ้น 60 % ส่วนการนำเข้าเนื้อวัวแช่แข็งเพิ่มขึ้น 24 %
ในช่วงปี 2553 – 2554 ไต้หวันนำเข้าเนื้อวัวจากออสเตรเลีย 31,566 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 1 % จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยการนำเข้าเนื้อวัวแช่เย็นจากออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในปีนี้ เนื่องจากเป็นการสั่งเข้ามาทดแทนเนื้อวัวจากสหรัฐฯ ซึ่งขาดตลาด โดยออสเตรเลียมีส่วนแบ่งเนื้อวัวในตลาด 37 % ในปี 2553 – 2554
ส่วนการนำเข้าเนื้อวัวจากนิวซีแลนด์ลดลง 18 % เหลือ 17,380 ตัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ที่มา : The Beef Site(7-10-54)
อุปสงค์เนื้อวัวในไต้หวันเพิ่มขึ้นเนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไต้หวันเป็นบวก เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ ภาวะว่างงานที่ลดลง ความมั่นใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นและความแข็งแกร่งของภาคการค้าปลีกและการบริการด้านอาหาร
ไต้หวันนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นแม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขไต้หวันจะห้ามนำเข้าเนื้อวัวจากส! หรัฐฯในเดือนมกราคม 2554 โดยการนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้น 31 % เป็น 29,653 ตัน การนำเข้าเนื้อวัวแช่เย็นเพิ่มขึ้น 60 % ส่วนการนำเข้าเนื้อวัวแช่แข็งเพิ่มขึ้น 24 %
ในช่วงปี 2553 – 2554 ไต้หวันนำเข้าเนื้อวัวจากออสเตรเลีย 31,566 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 1 % จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยการนำเข้าเนื้อวัวแช่เย็นจากออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในปีนี้ เนื่องจากเป็นการสั่งเข้ามาทดแทนเนื้อวัวจากสหรัฐฯ ซึ่งขาดตลาด โดยออสเตรเลียมีส่วนแบ่งเนื้อวัวในตลาด 37 % ในปี 2553 – 2554
ส่วนการนำเข้าเนื้อวัวจากนิวซีแลนด์ลดลง 18 % เหลือ 17,380 ตัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ที่มา : The Beef Site(7-10-54)
วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สหราชอาณาจักรออกกฎบันทึกการเคลื่อนย้ายหมูแบบออนไลน์
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 สหราชอาณาจักรออกกฎหมายให้บันทึกการเคลื่อนย้ายสุกรด้วยระบบออนไลน์ โดย Dorothea Schiemann จาก British Pig Executive (BPEX) กล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 จะมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 6 เดือนสำหรับการเลิกใช้ฟอร์มกระดาษ AML2 และระหว่างเดือนตุลาคม 2554 จนถึงเดือนเมษายน 2555 ทั้งฟอร์มกระดาษ AML2 และฟอร์ม eAML2 ซึ่งเป็นระบบการบันทึกการเคลื่อนย้ายออนไลน์จะสามารถใช้งานได้ เพื่อเป็นการให้โอกาสแต่ผู้ผลิตในการปรับตัวต่อวิธีการใหม่
&nb! sp; ตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ฟอร์ม AML2 จะไม่สามารถใช้งานในการรายงานการเคลื่อนย้ายสุกรได้อีกต่อไป การเคลื่อนย้ายจะต้องใช้บริการฟอร์ม eAMLs ออนไลน์ หรือ eMAL2 จากบริการสำนักงาน และจะมีบริการจากบุคคลที่สามเช่น กลุ่มการตลาดหรือ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรสหราชอาณาจักร ขณะนี้สามารถบันทึกการเคลื่อนย้ายสุกรทุกรูปแบบโดยใช้ eAML2 ยกเว้นการเคลื่อนย้ายเพื่อนำไปและกลับจากการแสดง ซึ่งจะเริ่มบันทึกได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555
ทั้งนี้ การเปลี่ยนการบันทึกการเคลื่อนย้ายสุกรมาเป็นระบบออนไลน์ดังกล่าวจะส่งผลให้อุตสาหกรรมมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย ส่งผลให้มีการควบคุมการระบาดของโรคติดต่อได้ดียิ่งขึ้น และเป็นการประหยัดเวลาอีกด้วย
ที่มา : The Pig Site(5/10/54)
&nb! sp; ตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ฟอร์ม AML2 จะไม่สามารถใช้งานในการรายงานการเคลื่อนย้ายสุกรได้อีกต่อไป การเคลื่อนย้ายจะต้องใช้บริการฟอร์ม eAMLs ออนไลน์ หรือ eMAL2 จากบริการสำนักงาน และจะมีบริการจากบุคคลที่สามเช่น กลุ่มการตลาดหรือ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรสหราชอาณาจักร ขณะนี้สามารถบันทึกการเคลื่อนย้ายสุกรทุกรูปแบบโดยใช้ eAML2 ยกเว้นการเคลื่อนย้ายเพื่อนำไปและกลับจากการแสดง ซึ่งจะเริ่มบันทึกได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555
ทั้งนี้ การเปลี่ยนการบันทึกการเคลื่อนย้ายสุกรมาเป็นระบบออนไลน์ดังกล่าวจะส่งผลให้อุตสาหกรรมมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย ส่งผลให้มีการควบคุมการระบาดของโรคติดต่อได้ดียิ่งขึ้น และเป็นการประหยัดเวลาอีกด้วย
ที่มา : The Pig Site(5/10/54)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)